ถนนไฮเวย์กลางนคร Melbourne
หากอยู่ใกล้ชุมชนมีบ้านเรือนผู้คนอยู่อาศัย
สองข้างทางเขาสร้างกำแพงสูงประมาณ 5 เมตร ตลอดเส้นทาง ผนังกำแพงเหมือนมีรอยแกะสลักลึกเป็นเหมือนภาพศิลป์อยู่บนผนังกำแพงตลอดแนว ตอนแรกคิดว่า “ดีนะที่ Melbourne กำแพงข้างถนนไฮเวย์ก็เป็นงานศิลป์ด้วย” พี่เหน่ง มัคคุเทศก์ที่พาชมเมืองคงอ่านใจออกชิงบอกว่า
“ภาพที่เห็นบนกำแพงไม่ได้มีความหมายอะไรหรอก ที่เขาแกะให้เป็นรอยลึกทำให้กำแพงไม่สะท้อนเสียงด้วยผิวกำแพงไม่เรียบนั่นเอง” เออใช่เลย
ผิวกำแพงที่ไม่เรียบทำให้กำแพงสองฝั่งถนนไฮเวย์เก็บเสียงได้ดี
วันอังคาร, พฤศจิกายน 01, 2554
โรงเรียนปฐมวัย Early Learning Centre
นคร Melbourne
เมืองหลวงรัฐวิคตอเรีย ของเครือรัฐออสเตรเลีย
มีการจัดการศึกษาให้เด็กปฐมวัยที่เรียกว่า Early Learning centre ซึ่งเป็นส่วนล่างสุดของ Presbyterian Ladies
College Junior School ได้เห็นเด็กผู้หญิงน่ารัก
อายุอยู่ในช่วง 3-4 ขวบ ได้รับการฝึก การเรียนรู้ในลักษณะทักษะชีวิตเบื้องต้น ที่เด็กหญิงต้องช่วยตัวเอง
เช่นการใช้เครื่องสุขภัณฑ์ขนาดเล็กๆด้วยตนเอง มีระบบการเรียนรู้การทดลองฝักไข่ไก่ให้ออกเป็นลูกเจี๊ยบ การเก็บขยะกลับบ้านทุกวัน ใน centre มีเด็ก จำกัดอยู่เพียง 22 คนเท่านั้น
ระบบความปลอดภัยในการรับส่ง และการจัดตั้งเรื่องราวของการเรียนรู้ไว้อย่างดีมาก
นับเป็นความใส่ใจและเป็นแบบอย่างการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยที่ดีมาก
ที่ควรเป็น Best Practice
ให้นักการศึกษาได้เรียนรู้
เมืองจำลองยุคตื่นทอง BALLARAT
เมือง BALLARAT ในอดีตประมาณ 150 ปี มีการทำเหมืองทองคำ มีการขุดทอง มีการสู้รบ มีเรื่องราวมากมายที่เป็นประวัติศาสตร์ให้อนุชนชาวออสเตรเลียได้เรียนรู้
ปัจจุบัน BALLARAT มีการสร้างเมืองจำลอง(ขนาดและสภาพเหมือนจริง)บอกเล่าเรื่องราว เหตุการณ์
วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสมัยยุคตื่นทองไว้อย่างน่าสนใจ ทุกอย่างน่าประทับใจมาก ยากที่จะบรรยายได้หมด ขอเขียนถึงสิ่งที่ประทับใจบางอย่างก็แล้วกัน
บริเวณเนินเล็กๆ
หน้าบ้านหลังหนึ่งที่ Sovereign Hill ถูกจัดเป็นสวนดอกไม้รูปวงกลม
ตรงกลางจัดตั้งนาฬิกาแดดไว้ นาฬิกาแดดบอกเวลาได้ตรงมาก ภูมิปัญญาของคน 150 ปีแล้ว น่าชื่นชม
ถึงแม้สิ่งที่แสดงเป็นเมืองจำลองแต่นาฬิกาแดดเป็นของจริงในอดีต
สิ่งที่น่าสนใจมีมากมาย
ณ ที่แห่งนี้หากมีโอกาสควรได้มาเรียนรู้
The University of Melbourne
มหาวิทยาลัยแห่งนคร Melbourne เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐวิคตอเรีย
ที่มีความเก่าแก่ อาณาบริเวณสวยงามด้วยศิลปะหลายยุคสมัยถ้าดูจากบันทึกบนตึกบนอาคารแล้ว
มหาวิทยาลัย Melbourne เริ่มตั้งแต่ปี
ค.ศ.1856 นับถึงปัจจุบัน ประมาณ 150 ปีแล้ว มีสิ่งปลูกสร้างและเรื่องราวมากมายในมหาวิทยาลัยแห่งนี้
ผู้เขียนโชคดีที่มีศิษย์เก่าคือ พี่เหน่ง (ณรงค์ศักดิ์ จันมีศรี)
กรุณาเป็นมัคคุเทศก์นำชมมหาวิทยาลัยพร้อมอธิบายประวัติศาสตร์สถานที่ให้ฟัง
คงเขียนได้สักสิบเปอร์เซ็นต์ที่พี่เหน่งเล่าให้ฟัง เริ่มเลยนะ
-
ที่จอดรถอยู่ใต้ดินใต้ถนนมีลิฟต์ ลงไป 4 ชั้น
มีทางเดินจากมหาวิทยาลัยลงไปที่จอดรถได้
-
กำแพงหินแท่งสี่เหลี่ยม สี่มุม ที่มีตาข่ายล้อมรอบ
เป็นที่ระบายอากาศใต้ดินของชั้นจอดรถทำให้ดูเป็นศิลปะ
-
อาคารเก่าๆ ที่รัฐขึ้นทะเบียนไว้ห้ามรื้อหรือต่อเติม
มหาวิทยาลัยซื้อไว้ซ่อมแซมเพื่อบอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์
-
อาคารเรียนแต่ละตึกเป็นตึกโบราณสร้างหลายยุบอกปี
ค.ศ.ไว้เช่น 1856,1920,1930
ล้วนแล้วแต่สวยงามทั้งสิ้น
-
มีอาคารโบราณหลังหนึ่งเป็นที่เก็บพระไตรปิฎกฉบับคอมพิวเตอร์ที่ประเทศไทยมอบให้มหาวิทยาลัย
Melbourne
-
ป้ายต้อนรับขนาดใหญ่ แทรกด้วยต้นไม้ ดอกไม้
เป็นธรรมชาติมาก
-
กลางสนามมีนาฬิกาแดดทองเหลือง ที่บอกเวลาได้จริงของเก่าโบราณ
อื่นๆอีกมากมาย ที่สำคัญที่สุดคือประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้ว่าประมาณ
50 ปี ที่ผ่านมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยเสด็จมารับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ทูลถวายแด่พระองค์ท่าน
MOONAH LINKS สุดยอดสนามกอล์ฟ
เริ่มตีกอล์ฟเมื่อ
พ.ศ.2536 ตีบ้างหยุดบ้าง ตามสภาพของสุขภาพร่างกาย
นับถึงปัจจุบันนี้ถือว่าตีกอล์ฟมาเกือบ 20 ปีแล้ว
ปีนี้มีโอกาสตีกอล์ฟต่างประเทศ
สนามกอล์ฟชื่อ MOONAH LINKS
ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาของนคร Melbourne
ความอลังการของ MOONAH LINKS ซึ่งเคยใช้จัดแข่งขันกอล์ฟระดับโลก คือ
AUSTRALIAN OPEN เป็นเช่นไร ขอเล่าให้ฟัง
ดังนี้
-
เป็นสนามกอล์ฟที่มีพื้นที่กว้างที่สุดที่เคยเล่นมา
นักกอล์ฟส่วนใหญ่ต้องใช้รถกอล์ฟ
-
เป็นสนามกอล์ฟที่ปั้นลอน บน fairway
มากที่สุดที่เคยเล่นมา
-
เป็นสนามกอล์ฟที่มีลมพัดตลอดเวลาเพราะอยู่ใกล้ทะเล
-
เป็นสนามกอล์ฟที่มี rough ยาว
ลูกตกหาไม่เคยเจอ
-
เป็นสนามกอล์ฟที่ไม่มีน้ำเป็นอุปสรรคเลย
-
เป็นสนามกอล์ฟที่มีหลุมทรายสูง 2-3 เมตรเป็นส่วนใหญ่
-
เป็นสนามกอล์ฟที่บอกระยะเป็น เมตร ไม่ใช่ หลา บอกระยะไว้ที่พื้นบนผาปิด เปิดวาล์วน้ำ
-
เป็นสนามกอล์ฟที่ผู้เขียนตี
in-out 57,
63 รวมเป็น
120 พอดี
MOONAH LINKS สุดยอดสนาม ที่แตกต่างจากบ้านเรา ท้าทายไหมละ
Blind Spot Assist อุปกรณ์ช่วยเหลือจุดตาบอด
กระจกมองข้างของรถ Benz ที่ใช้บนถนนใน Melbourne มี Option ระบบช่วยเหลือจุดตาบอด ที่เรียกว่า Blind Spot Assist ทั้งข้างซ้าย-ขวา ไม่ว่าเราจะแซงซ้ายหรือแซงขวา
หากถนนไม่ว่างจะมีไฟเตือนที่กระจก
เป็นรูปสามเหลี่ยมสีแดงส้ม
และมีเสียงร้อง ปิ๊ด..ปิ๊ด
เตือนคนขับอย่าแซงรถขึ้นไป
นับว่าเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งที่มีประโยชน์มากต่อผู้ขับรถ
สำหรับประเทศไทยก็คงมีบ้างแต่ยังมีไม่มากพอให้ผู้ขับขี่ตระหนักถึงความสำคัญในจุดนี้ก็เป็นได้
BARBECUE ของคนออสซี่
วิถีชีวิตของคนออสเตรเลียส่วนใหญ่แล้ว หากไม่ได้ไปทำงานเขาคงจำเจอยู่ในบ้าน เพราะอากาศหนาวหลายเดือน พอพ้นฤดูหนาวขนาดต้องเปิดเตาผิง วันไหนอากาศดีสิ่งที่คนออสซี่(Aussie)ต้องทำแน่ๆ
คือ ออกไปหลังบ้าน
กิจกรรมปิ้งย่างที่เรียกว่า บาบีคิว ทำให้ทุกคนในครอบครัวและเพื่อนบ้านได้สนุกสนาน ทั้งเนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อหมู
ไก่ สลัดผัก ไวน์แดงหลายขวดหมดไปกับบาบีคิวหลังบ้านของคนออสซี่ ผู้เขียนได้มีโอกาสร่วมกิจกรรม อร่อยๆสนุกๆแถมเพลิดเพลินกับการดูนกแก้วสายรุ้ง
กินเม็ดของต้นยูคาลิปตัสชนิดหนึ่งอยู่หลังบ้าน จนพระอาทิตย์ตกดิน
วันเสาร์, ตุลาคม 22, 2554
Windbreak สนกำบังลม
เมื่อเดินทางออกจากนคร Melbourne ไปทางตะวันตกเพื่อชมเมืองจำลองยุคตื่นทอง ที่ Sovereign Hill เมือง Ballarat รถวิ่งไปตามถนนพื้นราบประมาณครึ่งชั่วโมง ถนนลดระดับลงไปในหุบเขา จึงเห็นความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่การเกษตรในหุบเขา พืชผักผลไม้ ผักกาด กล่ำปลี สวนแอปเปิล ปศุสัตว์ ทั้งแกะ วัวเนื้อ ม้า ท่ามกลางทุ่งหญ้าสูงๆ ต่ำๆ ของหุบเขาที่กว้างสุดหูสุดตา ในพื้นที่ของเกษตรกรแต่ละแปลง เกษตรกรปลูกต้นสนไว้เป็นแนว ยาวประมาณ 400-500 เมตร ในทิศทางขวางลม แนวสนนี้เรียกว่า windbreak ประโยชน์คือ ร่มเงาของต้นสนเป็นที่พักของฝูงแกะยามร้อน ชะลอความเร็วของลม กำบังที่อยู่อาศัย ประโยชน์เพื่อการหว่านเมล็ดพันธุ์และการให้ปุ๋ยจะไม่ฟุ้งกระจายมากเกินไป windbreak ปลูกด้วยต้นสนเท่านั้นเพราะพุ่มทึบกิ่งเหนียวทนแรงลมได้ดี
ต้นไม้และการดูแลรักษา
ทวีปออสเตรเลียเป็นทวีปที่อยู่ใกล้ขั้วโลกใต้ อากาศจึงผันแปรเปลี่ยนแปลงได้เสมอ บางครั้งเย็น บางครั้งร้อน บางทีมีฝนตก บางช่วงแห้งแล้ง เคยแล้งติดต่อกันถึง 5-6 ปี จากอากาศที่ผันแปรเช่นนี้ทำให้คนออสซี(aussie) มีวิถีชีวิตและกฎระเบียบที่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของธรรมชาติ เช่น บริเวณบ้านทุกบ้านต้องมีถังเก็บน้ำฝนไว้รดต้นไม้หรือล้างรถ ห้ามใช้น้ำประปารดต้นไม้ ต้นไม้ที่นำมาปลูกต้องเป็นพันธุ์ที่ต้องการน้ำน้อย บ้านเรือนประชาชนทุกหลังเมื่อสร้างเสร็จ ต้องส่งผังบ้านตัวอาคารพร้อมตำแหน่งต้นไม้ให้เทศบาล ถ้าต้องการตัดต้นไม้แม้ว่าต้นไม้อยู่ในที่ดินของเรา ต้องขออนุญาตเทศบาลก่อน หากตัดโดยไม่แจ้งอาจผิดกฎหมายได้ ต้นไม้ริมถนนที่เทศบาลปลูกทุกต้น มีท่อพลาสติกยางประมาณ 1 เมตร กว้างประมาณ 15 เซนติเมตร ฝังลงไปใต้ดินบริเวณโคนต้นลึกลงไป ประมาณ 85 เซนติเมตร ท่อพ้นดินประมาณ 15 เซนติเมตร เพื่อกรอกน้ำในฤดูแล้ง ต้นไม้ทุกต้นถูกตัด ตกแต่งให้ดูดีสวยงามตลอดเวลา นับเป็นรูปแบบที่ดีควรนำไปปฏิบัติในการดูแลรักษาต้นไม้
โรงไฟฟ้าถ่านหินลิกไนต์
กลางนคร Melbourne มีโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินลิกไนต์แห่งหนึ่งตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำ yarra ใกล้สะพาน West Gate สร้างเสร็จมากว่า 30 ปีแล้ว แต่ต้องเป็นหม้ายไม่สามารถเดินเครื่องใช้งานได้ เหตุผลของการสร้างและเหตุผลที่ไม่สามารถเปิดใช้งานได้มีดังนี้ เหตุผลที่สร้างโรงงานไฟฟ้าถ่านหินลิกไนต์เพราะถ่านหินลิกไนต์มีจำนวนมหาศาลในรัฐวิคตอเรียซึ่งมีนคร Melbourne เป็นเมืองหลวง เรียกว่าเชื้อเพลิงวัตถุดิบมีอยู่อย่างเพียงพอ เหตุผลที่เป็นหม้ายไม่สามารถเดินเครื่องได้ เป็นเพราะเมื่อทดลองเดินเครื่องเปิดใช้งาน นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตรวจพบว่าเขม่าลิกไนต์ถูกลมพัดไปตกบริเวณที่อยู่อาศัยของประชาชน กลางนคร Melbourne บริเวณหมู่บ้าน Ashwood รัฐบาลตระหนักถึงความปลอดภัยของประชาชน จึงปิดโรงไฟฟ้าพลังงานลิกไนต์ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา แต่ยังคงเก็บไว้เป็นโรงไฟฟ้าสำรอง หากมีความจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในวันข้างหน้า อยากให้ประเทศไทยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเช่นกรณีตัวอย่างที่เขียนมาจังเลย
ตลาดเปิดท้าย Camberwell
ในยุคฟองสบู่แตกของประเทศไทย พ.ศ. 2540 ถือเป็นความตกต่ำทางเศรษฐกิจ เกิดความซบเซาไปทั่ว ความพยายามอยู่รอดคือการดิ้นรนของผู้คน เกิดตลาดแลกเปลี่ยนสินค้าจำเป็นราคาถูก ที่เรียกว่า “ตลาดเปิดท้ายขายของ” ปัจจุบันตลาดประเภทนี้ยังคงอยู่คู่ประเทศไทย
ที่นคร Melbourne ก็มีตลาดเปิดท้าย ชื่อตลาด Camberwell Sunday Market เป็นตลาดของเทศบาล
Camberwell เปิดตลาดทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 05.00-12.30 น ใครจะชอปปิงต้องจ่ายค่าเข้าตลาดคนละ 1 ดอลลาร์ ให้กับเทศบาล ส่วนพ่อค้า แม่ค้า จ่ายค่าเช่าวันละ 40 ดอลลาร์ จึงสามารถนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายได้
วันพฤหัสบดี, ตุลาคม 06, 2554
พอในสิ่งที่ได้ คือ พอเพียง
ในหลวงทรงมีพระราชดำริเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมานาน นานมากพอที่จะทำให้คนไทยทุกกลุ่ม นำมาพูด มากล่าว นำเสนอถึงวิธีการปฏิบัติ เพื่อแสดงถึงความเข้าใจในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง แต่ก็มีคนไทยอีกไม่น้อยที่ยังเข้าใจคำว่าพอเพียงไม่ถึงแก่นแท้ ที่พอที่จะสอนตนเองได้ รวมถึงผู้เขียนที่เพียรหาคำมาตอบตัวเองว่า “คำว่าพอเพียงนั้นจะมี คำใด ความใด
ที่เป็นตัวแทนคำตอบคำว่าพอเพียงได้ชัดเจน จนเป็นเครื่องเตือนใจได้ดีที่สุด ” จนเช้าวันหนึ่ง (ตีสี่กว่า)
เปิดโทรทัศน์ชมรายการที่เสนอเรื่องราวของศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก
ภูมิปัญญาที่นำเสนอได้พูดถึง คำว่า “พอเพียง” ว่า “คำว่าพอเพียง คือ
พอในสิ่งที่ได้ ได้เท่าใดก็พอเท่านั้น
ไม่แสวงหาสิ่งที่ยังไม่ได้ให้ตัวเองเกิดความทุกข์ หรือคนอื่นเกิดความทุกข์ความเดือดร้อน นั่นคือความพอเพียง หากใครคิดได้เช่นนี้ ทุกคนก็จะสุขใจในสิ่งที่มีอยู่
”
ใช่เลยถ้าตัวเราพอในสิ่งที่ได้
แล้วเราพอใจ เราก็เป็นสุข ได้อีกเราก็เป็นสุขอีก ไม่ได้ก็ไม่ทุกข์ เพราะเราพอใจในสิ่งที่ได้ก็พอแล้ว
วันศุกร์, กันยายน 30, 2554
น้ำตก"ไนแองการ่า” ของขวัญจากธรรมชาติ
ทวีปอเมริกาเหนือบนแผนที่โลก นับเป็นทวีปใหญ่ และมีประเทศใหญ่ๆเพียงสองประเทศครอบครองดินแดนของทวีป คือ แคนาดาอยู่ตอนเหนือ สหรัฐอเมริกาอยู่ตอนใต้ พรมแดนระหว่างประเทศทั้งสองที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งคือ บริเวณน้ำตก ไนแองการ่า เป็นน้ำตกที่ไหลจากประเทศสหรัฐอเมริกาไปตกฝั่งประเทศแคนาดา คนทั้งสองประเทศจึงเห็นน้ำตกสวยงามแตกต่างกัน คนประเทศสหรัฐอเมริกาเห็นความสวยงามอลังการของน้ำตกจากมุมสูงของหน้าผาที่มองลงไปยังน้ำตกเบื้องล่าง คนประเทศแคนาดามองเห็นความสวยงามอลังการของน้ำตก บนเรือที่แล่นฝ่าละอองน้ำเข้าหาน้ำตกเป็นอีกมุมหนึ่ง ทั้งสองมุมล้วนแล้วแต่นำเงินจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้กับสองประเทศ เพราะสังเกตจากเรือนำโต้กระแสน้ำติดธงชาติของทั้งสองประเทศ แสดงถึงการทำมาหากินร่วมกัน จากน้ำตกไนแองการ่าของขวัญจากธรรมชาติ แห่งนี้
สนสีเหลืองเสาไฟฟ้าแรงสูงของ Canada
ต้นสน เป็นต้นไม้ที่มีลำต้นตรงโดดเดี่ยว มีกิ่งเล็กๆ รอบต้นลักษณะเป็นรูปฉัตรแผ่จากโคนต้นขึ้นไปสู่ยอดสน
ด้วยความสูงและตรงอาจสูงถึง 30-40 เมตรจึงเหมาะที่จะนำมาทำเสาไฟฟ้า เมื่อเดินทางไปประเทศแคนาดาหรือสหรัฐอเมริกา พื้นที่บางรัฐบางเมืองที่ยังไม่ฝังสายไฟฟ้าลงดินจึงเห็นเสาไฟฟ้าแรงสูงทำด้วยต้นสนที่ชื่อ สนสีเหลือง อยู่ทั่วไป
มีคณะดูงานตั้งคำถาม ถามมัคคุเทศก์ว่า “ ทำไมเขาไม่เปลี่ยนมาใช้เสาไฟฟ้าที่เป็นโลหะ” มัคคุเทศก์ ตอบว่า “คงประหยัดดี หาง่าย เสาต้นสนมีความคงทนอยู่ได้เป็นร้อยปี เจาะก็ง่าย จึงเห็นเสาไฟฟ้ามีรูพรุนไปทั้งต้น” นับเป็นการใช้ทรัพยากรที่กลมกลืนกับบริบทแวดล้อมที่ชาญฉลาดของทั้งสองประเทศ ภาพประกอบอาจไม่ใช่ต้นสนสีเหลืองนะ
Buddy ของฉัน
ในการเดินทางไปศึกษาดูงานด้านวิทยาศาสตร์ ณ ประเทศ Canada ระหว่างวันที่ 19-26 กันยายน 2554 ครั้งนี้ ทุกคนต่างมีคู่หู (Buddy) คนไปต่างประเทศนะนาย เผลอไม่ได้ เดี่ยวหลง ถูกทิ้ง ฉะนั้นทุกคนต่างหาบัดดี้ กันพลาด การจับคู่ก็มีเทคนิคเหมือนกันนะ คู่นี้ชอบนอนเงียบ คู่นี้ชอบนอนไปบ่นไป คู่นี้ชอบชอปปิ้งกลางวัน คู่นี้ชอบชอปปิ้งกลางคืน คู่นี้ชอบตื่นมากินกาแฟยามดึก คู่นี้ชอบอยู่ไกลฝรั่งไว้ เดี่ยวมันถามตอบมันไม่ได้ (แซวเล่น) สรุปแล้วจับได้ 8 คู่ แปดห้องนอนลงตัวพอดี
สำหรับคู่ของฉัน ชอบตื่นมาคุยกันตอนตีสอง คุยไปจิบกาแฟไป พอเช้าไปดูงาน ฝรั่งบรรยาย เสียงกรน ดัง ครอก..ครอก...ฝรั่งยิ้ม สงสารท่าจะปรับเวลาไม่ได้กระมั้ง
อาการ Jet Lag
อาการ เจทแลค เป็นอาการของผู้โดยสารหรือกัปตัน ที่เดินทางโดยเครื่องบินเป็นระยะทางไกลๆ ข้ามวันเวลา ลักษณะอาการคือ นอนไม่หลับ ปวดหัว เซื่องซึม ฉุนเฉี่ยวง่าย สมาธิกระเจิดกระเจิง ไม่อยากกินอาหาร เป็นต้น
การเดินทางจากประเทศไทยไปประเทศแคนาดา จากสนามบินสุวรรณภูมิ ถึงสนามบินนาริตะของญี่ปุ่น บินจากนาริตะ สู่สนามบินโตรอนโตของแคนาดา บินต่อไปสนามบินนครออตตาว่า เมืองหลวงของแคนาดา ใครที่เดินทางไกลเช่นนี้ แน่นอนว่าอาการ Jet lag ต้องเกิดขึ้น ข้อแนะนำจากการสืบค้นคือ พยายาม งดเครื่องดื่มกาแฟ และอาบน้ำให้ตัวสบายๆ จะช่วยแก้ได้
วันพุธ, กันยายน 28, 2554
นกหัวขวานยักษ์ที่ CN Tower
ในความเจริญรุ่งเรืองทางวัตถุ
ของนคร Toronto ซึ่งเต็มไปด้วยตึกรามสูงเสียดฟ้า
ถนนต่างระดับขวักไขว่ ใกล้ๆ กับหอคอยที่เคยสูงที่สุดในโลก ชื่อ CN Tower (ปัจจุบันเป็นที่ 3) มีสิ่งประดับอย่างหนึ่งของมนุษย์ที่แสดงถึงความโหยหาธรรมชาติ
คือ ประติมากรรม นกหัวขวานยักษ์เกาะต้นไม้ปลอมขนาดใหญ่
แสดงลีลาคล้ายชีวิตจริงในธรรมชาติ
ในความเป็นจริงแล้ว มนุษย์ คือ ผลิตผลของธรรมชาติ มีวิวัฒนาการเป็นขั้นเป็นตอนจากธรรมชาติ เหมือนนก เหมือนต้นไม้ แม้ปัจจุบันมนุษย์ได้พัฒนาเทคโนโลยีไปเพียงใด ก็เป็นเพียงเครื่องมืออำนวยความสะดวกเท่านั้น หาใช่ความจริงตามธรรมชาติแต่อย่างใด เราจึงเห็นนกหัวขวานยักษ์เป็นประติมากรรม ปรากฏอยู่กลางมหานคร
นิทรรศการจำลองขยะในมหาสมุทร
ใกล้ที่พักผู้โดยสารในสนามบินนคร Toronto มีตู้กระจกขนาดใหญ่ แสดงการเคลื่อนไหวของขยะในกระแสน้ำให้ผู้เดินทางได้เห็น ได้ตระหนักถึงการทิ้งขยะลงแหล่งน้ำ สุดท้ายขยะทั้งหมดโดยเฉพาะขยะที่ไม่ย่อยสลายไปกองรวมกันที่ก้นทะเลอยู่ในกระแสของมหาสมุทร นับเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุดที่มนุษย์ให้กับโลกนี้
วันหนึ่งได้ดูโทรทัศน์ช่องทีวีไทย รายการท่องโลกกว้าง โทรทัศน์ได้แสดงภาพขยะพลาสติกหมุนวนอยู่ในกระแสน้ำของมหาสมุทรแปรซิฟิก จนเป็นเหตุให้บริเวณที่มีเม็ดพลาสติกแตกตัวเป็นเศษเล็กจากคลื่นรังสีไวโอเลต ไม่มีแพลงตอนซึ่งเป็นอาหาร ลำดับต้นในห่วงโซ่อาหารอยู่เลย
ขยะพลาสติกที่มนุษย์สร้างขึ้น จึงนับเป็นอันตรายสูงสุดที่มนุษย์ทำลายโลก สุดท้ายจะย้อนกลับมาทำลายตัวเองในที่สุด
ONTARIO SCIENCE CENTRE
ศูนย์วิทยาศาสตร์ ออนตาริโอ นับเป็นศูนย์วิทยาศาสตร์ที่มีความสมบูรณ์มากที่สุด และดีที่สุดของ Canada คณะดูงานเรียกศูนย์วิทยาศาสตร์ ontario ว่า “ ศูนย์ตัวพ่อ” ที่เรียกว่าศูนย์ตัวพ่อเพราะเกือบทุกแง่ทุกมุมที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ของไทยมี Ontario มีทั้งนั้น เมื่อเราศึกษาเรียนรู้ศูนย์วิทยาศาสตร์ ออนตาริโอแห่งนี้แล้ว เราสามารถออกแบบศูนย์วิทยาศาสตร์แห่งอื่นๆ ตามบริบท ปัจจัย ที่เรามีได้ทั้งนั้น หากจะเขียนในรายละเอียดคงยากที่จะครอบคลุม จึงเขียนเป็นคำสำคัญ (Keyword) ของ Ontario Science Centre ไว้ดังนี้
-ออกแบบอาคารสถานที่กลมกลืนกับบริบทแวดล้อมและแหล่งธรรมชาติ
-เป็นศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา
-Communication
-มีการพัฒนาสม่ำเสมอ
-เปลี่ยนแปลงตามความต้องการและความพร้อมขององค์กร
-เป็นศูนย์วิทยาศาสตร์ที่มีการใช้ Interactive แห่งแรกของ Canada
-พัฒนากระบวนการเรียนรู้และใช้การเรียนรู้แบบสืบเสาะ (Inquiry Workshop)
-เป็นแหล่งผลิต/สร้าง สื่อวิทยาศาสตร์
-เป็นแหล่งออกแบบนิทรรศการวิทยาศาสตร์
ศึกษาเพิ่มเติมได้อีกมาก จาก Website ชื่อ WWW.OntarioScienceCentre.ca
ล่องเรือเรียนรู้ความเป็นอยู่ผู้คนในนคร Kingston
เมือง Kingston
ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ เซนท์ ลอเรนท์ เมื่อสังเกตการปลูกสร้างบ้านตามแบบฉบับของคนเมืองหนาวที่ต้องผจญกับหิมะ พบว่าหลังคาบ้านชันมีปล่องไฟอยู่บนหลังคา บ้านทุกหลังไม่มีรั้ว จากถนนก็เป็นบันไดขึ้นบ้านเลย
ช่วงเวลานี้ เห็นช่างเปลี่ยนกระเบื้องบนหลังคาหลายหลัง คงเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ฤดูหนาวในเร็ววันนี้ ขณะรอเรือเข้าเทียบท่าที่ท่าเรือ เห็นนกน้ำหลายชนิด เช่น นกนางนวล นกเป็ดน้ำและที่ตื่นเต้นคงเป็นนกอ้ายงั่ว ค่อนข้างพบเห็นมากเป็นพิเศษ ที่บ้านเราหาดูนกอ้ายงั่วได้ยาก มีอยู่ไม่กี่แห่ง ที่เขื่อนพระปรง จังหวัดสระแก้ว และที่บึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ เป็นแหล่งหลัก บนเรือคณะเดินทางรับประทานอาหารเที่ยง เป็นบุฟเฟ่ต์ฝรั่ง มีสลัดผักสด
ผักต้ม พาสต้า ขนมปัง
สปาเกตตี้ ตามด้วยเค้กเนยสดแทรกแยมผลไม้อร่อยดี จิบกาแฟอุ่นๆ สองแก้ว
(สำหรับผู้เขียน) เมื่อทานอาหารเสร็จขึ้นไปดาดฟ้าเรือ
ถ่ายภาพวิถีชีวิตผู้คนตามเกาะกลางแม่น้ำ และนกอ้ายงั่วที่ลอยตัวอยู่ทั่วไปในแม่น้ำ เซนท์
ลอเรนท์ ที่ใสสีเขียวครามมีคลื่นเมื่อลมพัด
จนดูแม่น้ำจืดเป็นเหมือนทะเลไปเลย
เมื่อมองข้ามไปฝั่งตรงข้ามเห็นกังหันลมขนาดใหญ่หมุนอยู่ฝั่งประเทศสหรัฐอเมริกานับร้อยตัว เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าจากกระแสลมนับเป็นพลังงานบริสุทธิ์วิธีหนึ่ง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
