วันจันทร์, มิถุนายน 27, 2554

พื้นที่พักผ่อนของครอบครัวในวันหยุด







ฐานเรียนรู้ตามอัธยาศัยกลางแจ้ง ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสระแก้ว กระจายอยู่ทั่วไปในพื้นที่โล่งแจ้งของสนามขนาดสิบไร่ วันหยุดหรือวันธรรมดายามเย็น พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย พาลูกหลานมาเดินเล่น มาทดลองอุปกรณ์ของเล่นเพื่อเสริมความคิดและจินตนาการให้เด็ก ๆ เด็กชอบเล่นอุปกรณ์ชนิดต่าง ๆ ขณะเดียวกันก็ทดลองสิ่งใหม่เพิ่มเติมไปด้วย เช่น จักรยานถีบกับเครื่องปั๊มน้ำ เด็กจะปั่นให้น้ำพุ่งให้ไกลตามแรงปั่นของตน บางกลุ่มเพื่อนทำหน้าที่ปั่น ตนเองปิดรูน้ำไว้ก่อนอัดลมไว้พอปล่อยน้ำจึงพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วและพุ่งไกลกว่าปกติ นับเป็นความคิดสร้างสรรค์ ในอนาคตเขาอาจเป็นนักวิทยาศาสตร์เก่งคนหนึ่งได้
ฐานเรียนรู้กลางแจ้งของศูนย์วิทย์ฯ เป็นพื้นที่สาธารณะให้ทุกคนได้มีโอกาสเรียนรู้ ในฐานะการเป็นผู้บริหาร จึงระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยของเด็กทุกคนที่มาเรียนรู้และเฝ้าดูเด็กที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนในสิ่งที่ไม่เหมาะสม เพื่อให้สถานที่แห่งนี้ให้ประโยชน์กับประชาชนไปนานเท่านาน

“น้ำตกรู” อยู่ที่อำเภอโขงเจียม อุบลราชธานี














“ธรรมชาติ” เป็นนักสร้างสรรค์งานศิลปะชิ้นเอกของโลกเสมอ สิ่งสวยงามมากมายในโลกล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือธรรมชาติทั้งสิ้น ธรรมชาติภาคอีสานใต้ ดินแดนที่เต็มไปด้วยภูเขาหินทรายก็ได้สร้างสรรค์ความสวยงามไว้หลายรูปแบบ เช่นที่ภูผาเทิบ เสาเฉลียง แก่งตะนะ รวมไปถึงน้ำตกที่ไหลลงรู แล้วตกกระจายลงสู่เบื้องล่าง น้ำตกรู อยู่ในพื้นที่บ้านทุ่งนาเมือง ตำบลนาโพธิ์กลาง อำเภอโขงเจียม ดินแดนที่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในประเทศ ชื่อน้ำตกรู สื่อความหมายได้ตรง คือน้ำตกที่ไหลลงไปในรู สุภาพชนผู้มีอำนาจคิดว่าชื่อน้ำตกรูไม่ไพเราะเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “น้ำตกแสงจันทร์” ไพเราะดี แต่ความหมายไปคนละทาง อธิบายอย่างไรดีละ ชื่อที่เป็นประวัติศาสตร์ของประเทศมากมาย เพี้ยนไปจนยากแกะรอย เพราะสุภาพชนนั้นแหละ เมื่อค้นหาความจริงทางประวัติศาสตร์ไม่ได้รากเง้าของคนไทยก็แผ่วเบา ความรักชาติ ความภาคภูมิใจ ความทระนง ก็ถูกละเลยตามไปด้วย แล้วชาติเราจะเป็นอย่างไรกันละ

วันศุกร์, มิถุนายน 24, 2554

อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย














อุทยานฯแห่งนี้อยู่ในเขตอำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี จุดเด่นของภูจองนายอย คือ มีน้ำตกที่สวยงาม ชื่อน้ำตกห้วยหลวง อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 440 เมตร พื้นที่โดยทั่วไปเป็นภูเขาหินทราย ซึ่งเป็นธรรมชาติของผืนดินภาคอีสานใต้ ร่องรอยน้ำกัดเซาะหินทรายเป็นหลุมเป็นคลื่น เป็นปกติที่พบเห็นได้ ป่าโดยทั่วไปไม่ทึบมากนัก มีความชื้นค่อนข้างสูง ยิ่งเข้าไปใกล้บริเวณน้ำตก หากเราสุขภาพไม่แข็งแรงโดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ อาจแสดงอาการแน่นจมูกคัดจมูกให้เห็น
ที่ภูจองนายอย มีกล้วยไม้ดินต้นขนาดใหญ่ชื่อกล้วยไม้เขาพระวิหาร ขึ้นกระจายตามกลุ่มหิน กล้วยไม่ชนิดนี้พบกระจายทั่วบริเวณไปจนถึงเขาพระวิหาร จึงมีชื่อว่า กล้วยไม้เขาพระวิหาร
น้ำตกห้วยหลวง หากต้องการชมความสวยงามของน้ำตก ต้องเดินลงไปชั้นล่างมีบันไดเดินลง 300 กว่าขั้น อย่าลืมว่าลงไปแล้วต้องกลับขึ้นอีก 300 ขั้นรวมเป็น 600 ขั้นหนุ่มๆสาวๆ ยังหอบเลยนะ

น้ำดื่มที่พอหาได้ของคนทำนา







เส้นทางจากอำเภอสิรินธร เลียบชายแดนด่านช่องเม็กไปอำเภอบุณฑริก อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี สองข้างทางชาวนาเริ่มตกกล้าต้นข้าวสูงประมาณคืบ(ปลายเดือนมิถุนาแล้ว) ขณะขับรถเพลิน เหลือบไปเห็นบ่อน้ำดื่มข้างคันนา มีถ้วยพลาสติกคว่ำอยู่ใกล้ๆ หยุดรถลงไปดู จิตใต้สำนึกดิ่งไปสู่ตอนเป็นเด็กมีชีวิตอยู่บ้านนอกใกล้แม่น้ำริมหาดทราย มีบ่อน้ำขุดง่ายๆ ใช้ดื่มได้ ช่วงขุดใหม่ๆ น้ำยังขุ่นอยู่พอตักน้ำทิ้งไปเรื่อยๆ เดี่ยวเดียวน้ำใสแล้ว ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ดึงใบไม้มาทำเป็นกระทงตักน้ำดื่มกิน เป็นวิถีชีวิตของคนชนบท สมัยนั้นน้ำดื่มน้ำใช้ไม่ต้องซื้อ ไม่มีขายด้วยแหละ ปัจจุบันจะไปไหนต้องซื้อน้ำขวดละ 10 บาท 15 บาท นำไปด้วยจึงจะได้กิน เมื่อเจอบ่อน้ำข้างทางดีใจเหมือนพบญาติที่จากกันมานาน แต่ความดีใจเกิดขึ้นชั่วครู่ กลายเป็นความวิตกกังวนแทนชาวนาที่ขุดบ่อและใช้น้ำบ่อตรงนี้ น้ำยังดื่มได้ไหมเพราะการทำนา ทำไร่ ทำสวน พึ่งสารเคมีมาก ทั้งปุ๋ย ทั้งยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า น้ำดื่มคงเต็มไปด้วยสารปนเปื้อนที่มีพิษถึงชีวิต
อยากส่งความกังวลนี้ไปถึงชาวนา การทำนาก็เพื่อเลี้ยงชีวิต แต่ถ้าใช้สารพิษทำลายจนชีวิตไม่มีแล้ว การทำนาจะยังมีความหมายอะไรอยู่อีก

วันพุธ, มิถุนายน 08, 2554

คุณ noriaki MANABE คุณ kazumi MANABE ที่รัก




































ผมคิดว่าคุณคงคลายความโศกเศร้ากับการสูญเสียที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นเป็นคนเข้มแข็งที่สุดในโลก ผมเสียใจด้วยความจริงใจ ผมขอส่งข่าวถึงคุณ ที่ศูนย์วิทย์มีเรือนรับรองแล้ว ผมตั้งชื่อว่า"วิมาน สีอำพัน" ผมนำข้าวของเครื่องใช้ของคุณและของ jica ที่บริจาคมาใช้ที่วิมานสีอำพันด้วยและผมเข้ามาอยู่ที่วิมานสีอำพันนี้ เป็นปีสุดท้ายก่อนเกษียณอายุราชการ ต่อไปวิมานสีอำพันจะเป็นเรือนรับรองเมื่อคุณทั้งสองเดินทางมาประเทศไทยนะครับ รักและคิดถึงคุณทั้งสองเสมอ

วันจันทร์, มิถุนายน 06, 2554

ตามหาผู้ทำความดีในวันสิ่งแวดล้อมโลก












5 มิถุนายน วันสิ่งแวดล้อมโลกผ่านไปเมื่อวานนี้ ดูรายการโทรทัศน์เขามีการประกวดต้นไม้ขนาดใหญ่ ขนาดสูง และต้นไม้รูปร่างสวยงามของกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่มีสีเขียวน้อยที่สุดในโลก เว้นบางประเทศที่อยู่ในเขตทะเลทราย กิจกรรมนี้นับเป็นการเริ่มต้นที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ
ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสระแก้ว มีนิทรรศการกลางแจ้งเกี่ยวกับสวนหิน ซึ่งนำหินทราย หินกรวด หินดินดาน หินพัมมิช หินแกรนิต หินฟอสซิล หินศิลาแลง และหินอื่น ๆ มากองไว้ และทำทางเดินวนไปบริเวณกองหิน เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา ได้ศึกษาลักษณะของหินชนิดต่าง ๆ วันเวลาผ่านไป ปรากฏต้นไม้ใหญ่ที่มีผลและเป็นอาหารของนกเจริญเติบโตบริเวณกองหิน เช่น ต้นธนนไชย ต้นอ้อยช้าง หลายต้น และเจริญเติบโตได้ดีมาก มีผู้รู้บอกว่า “สัตว์ทุกชนิดมักเลือกกินอาหารที่ดีเช่นถ้าเป็นผลไม้ก็เลือกผลไม้อร่อย ลูกสวย เมื่อถ่ายมูลเมล็ดผลไม้จึงมีคุณภาพและเจริญเติบโตเร็ว”
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาแก้วโชคดีมีนกกินผลไม้แล้วบินมาเกาะก้อนหินที่กองไว้ ถ่ายมูลเป็นเมล็ดปลูกต้นไม้ให้และเติบโตสมบูรณ์ในวันสิ่งแวดล้อมโลก ปีนี้ได้ต้นไม้ใหญ่ถึง 6 ต้น ดีใจจริง ดีใจจัง

วันจันทร์, พฤษภาคม 30, 2554

เมื่อชาวเลตกปลาอินทรีให้ชาวเมืองกิน













อาทิตย์ หาญทะเล เป็นชาวเลที่อาศัยบนเกาะหลีเป๊ะ เกาะหนึ่งของจังหวัดสตูลฝั่งทะเลอันดามัน ช่วงฤดูมรสุม อาทิตย์ เข็นเรือหาปลาขนาด 21 ตัวกง (ตัวกงคือส่วนโค้งคล้ายกระดูกงู) ของเถ้าแก่ขึ้นชายหาดเพื่อซ่อมแซม หลังฤดูมรสุมต้องนำเรือลงตกปลาอินทรีอีกครั้งหนึ่ง ผู้เขียนได้มีโอกาสพูดคุยกับอาทิตย์ขณะซ่อมแซมเรือ อาทิตย์เล่าให้ฟังว่า “การตกปลาอินทรีมีเรือไปด้วยกันประมาณ 10 ลำ ลำละหนึ่งคน ไปห่างฝั่งประมาณ 1-2 กิโลเมตร ออกไปไกลก็ไม่มีปลา ออกไปตั้งแต่ตีสี่และกลับประมาณสี่โมงเย็น ปลาอินทรีกินเบ็ดช่วงเวลาประมาณหกโมงเช้าและเวลาประมาณบ่ายสองโมง การตกใช้เบ็ดเบอร์ 70 สายเบ็ดขนาด 40 ปอนด์ ตกโดยเกี่ยวเหยื่อลงในระดับความลึกประมาณสิบเมตร ตกเบ็ดเส้นเดียวเหยื่อเป็นปลาทูเป็นๆ ซึ่งตกได้จากทะเล ปลาอินทรีไม่กินปลาตาย ฉะนั้นก่อนตกอินทรี ต้องตกปลาทูก่อน วันหนึ่งตกปลาอินทรีได้ 1-2 ตัว ตัวขนาด 5-10 กิโลกรัม เมื่อตกได้ ส่งผู้รับซื้อกิโลกรัมละ 50 บาท รายได้แบ่งกับเจ้าของเรือ 50:50 การตกปลาอินทรีเป็นอาชีพ พออยู่ได้ครับ”ได้กล่าวชื่นชมอาทิตย์ว่า “ เป็นเด็กหนุ่มที่ใส่ใจดูแลเรือละเอียดลออดีนะ” อาทิตย์เล่าต่อว่า “ ผมซ่อมเล็กน้อยครับ ถ้าเป็นมากบอกเถ้าแก่เขาจะส่งช่างชำนาญมาซ่อมแซม เถ้าแก่มีเรือประมาณ 20 ลำ แต่ละลำทำด้วยไม้ต่างกันครับ อย่างของผมเป็นเรือขนาด 21 ตัวกง ตัวกงทำด้วยไม้วา ส่วนข้างทั้งหมดเป็นไม้สัก บางลำเป็นไม้พะยอม ไม้ทั้งสองชนิดนำมาทำเรือปนกันไม่ได้ เพราะผุไม่พร้อมกันครับ” แม้ช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่นาที ที่ได้พูดคุยกับ อาทิตย์ หาญทะเล นับว่าได้ความรู้ตรง ๆ ที่มีคุณค่าแก่การเผยแพร่เพราะเป็นความรู้ของผู้ปฎิบัติจริง ป.ล.เคล็ดลับการเกี่ยวเหยื่อของอาทิตย์ เกี่ยวที่หลังปลาทูนิดเดียว เกี่ยวลึกปลาทูตาย อินทรีไม่กินเหยื่อ ชาวเลไม่มีรายได้ ชาวเมืองอดกินปลาที่เนื้ออร่อยติดอันดับต้น ๆปลาทะเลไทย

เกาะหลีเป๊ะมัลดีฟของเมืองไทย













เกาะหลีเป๊ะ เป็นเกาะที่มีรูปร่างคล้ายบูมเมอแรง โดยส่วนเว้าของเกาะหันไปทางทิศตะวันตก เกาะจึงมีหาดทรายเว้าคล้ายหาดพัทยา หาดทรายนี้มีชื่อว่า บันดาหยา ฝรั่งต่างชาติออกเสียงยาก หาดทรายจึงถูกเปลี่ยนชื่อจากบันดาหยาเป็นหาดพัทยาไปด้วยประการ ฉะนี้
เกาะหลีเป๊ะ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่มากเมื่อคราวเกิด สึนามิภาคใต้ พ.ศ.2547 เกาะหลีเป๊ะไม่ได้รับผลกระทบ ด้วยมีเกาะหลายเกาะล้อมรอบรับคลื่นก่อนมาถึงหลีเป๊ะ เสน่ห์ของหลีเป๊ะน่าจะเป็นความใสของน้ำทะเล แนวปะการัง หาดทรายสะอาด ความสงบสวยงามตามธรรมชาติ หลีเป๊ะจึงถูกเรียกชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า “เกาะมัลดีฟเมืองไทย”
ในอนาคตหากการจัดการเรื่องขยะไม่ดี เกาะหลีเป๊ะอาจกลายเป็นเกาะหลีเละ ไปอย่างน่าเสียดายเราทุกคนที่มีโอกาสมาที่เกาะหลีเป๊ะจึงต้องตระหนักถึงความยั่งยืน เพื่อส่งต่อความงามไปให้ลูกหลานของเราในอนาคต

จากท่าเรือปากบารา สู่เกาะหลีเป๊ะ













สปีด โบ๊ท (Speed Boat) สี่เครื่องยนต์ Honda 225 ซีซี ขุมกำลังของเครื่องยนต์เรือสี่จังหวะ ทำความเร็วได้กว่า 20 นอตต่อชั่วโมง(1นอตเท่ากับ 1.85 กิโลเมตร)ขณะที่บรรทุกผู้โดยสารจำนวน 85 คน ลูกเรืออีก 5 คน พาคณะเราออกจากท่าเรือปากบารา มุ่งสู่เกาะหลีเป๊ะ (koh ripe) ทางฝั่งทะเลอันดามัน ความตื่นเต้นระคนความสุข แผ่ออกมาจากสายตาของคณะเดินทางทุกคน สปีด โบ๊ท วิ่งฝ่าคลื่นเล็ก ๆ ของวันที่อากาศดีดี มาได้ประมาณ 40 นาที เข้าเทียบท่าอุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตาดินแดนที่เคยเป็นเกาะกักกันนักโทษทางการเมืองในอดีตของไทย ผู้นำทางให้เราได้พักเพื่อปรับตัวกับการเดินทางโดยเรือ และรับประทานอาหารเที่ยงที่ตะรุเตา ถ่ายภาพ ชมความใสของน้ำและปลาสวยงามที่ปรากฏตัวแบบอาย ๆ อยู่ใต้สะพานเรือ เมื่อทุกคนสบายขึ้น สปีด โบ๊ท เดินทางต่ออีกประมาณ 25 นาที เป้าหมายคือ เกาะไข่ เป็นเกาะที่มีภูเขาหินทะลุอยู่ริมทะเล หาดทรายขาวละเอียด แม้ตากแดดทั้งวันหาดทรายไม่ได้อมความร้อนเลย ถอดรองเท้าเดินเล่นสบาย สบาย ซ้ายมือของเกาะไข่ มองไปไกล ไกล คนนำทางบอกเราว่านั้นคือ เกาะลังกาวีของมาเลเซียถ้าเรานั่ง สปีด โบ๊ทไป จะใช้เวลาประมาณ 45 นาที การขึ้นเกาะลังกาวี ต้องใช้ passport เดินทางออกจากเกาะไข่เป็นช่วงสุดท้ายสู่เกาะหลีเป๊ะ เป้าหมายปลายทางเป็นที่พักสำหรับพวกเราทุกคนคือ บันดาหยารีสอร์ท (Bundhaya Resort) คอยติดตามเรื่องราวตอนต่อไป คือ เกาะหลีเป๊ะมัลดีฟของเมืองไทย

วันศุกร์, พฤษภาคม 20, 2554

ต่อหัวเสือ แตนลาม ผึ้งหลวง













สัตว์ทั้งสามชนิด ได้แก่ ต่อหัวเสือ แตนลาม และผึ้งหลวง มีความคล้ายกัน คือ เป็นแมลงมีพิษที่เหล็กใน (เป็นเดือยแหลมอยู่ที่ก้น) เมื่อทำร้ายศัตรูจะให้ก้นฝั่งเหล็กในและปล่อยพิษลงบริเวณที่ต่อย ความต่างกันที่น่าสนใจคือการเก็บอาหารไว้ให้ตัวอ่อน ต่อหัวเสือทำรังคล้ายหัวเสือมีทางเข้าออก ขนาดแล้วแต่จำนวนสมาชิก โดยทั่วไปประมาณลูกบาสเกตบอลหรือใหญ่กว่า ต่อหัวเสือเก็บหนอน แมลง เนื้อสัตว์ เป็นชิ้นมาเป็นอาหารให้ตัวอ่อนในรัง ส่วนแตนลามทำรังเป็นช่องหกเหลี่ยมและขยายช่องตัวอ่อนไปตามรูปร่างของกิ่งไม้ บ้างครั้งลามไปยาวเป็นคืบ แตนลามต่อยหนอนให้เป็นอัมพาตแล้วนำมาใส่ในช่องหกเหลี่ยม ซึ่งแตนลามไข่ไว้ เมื่อไข่ฟักเป็นตัวอ่อนจะกินหนอนเป็นอาหาร ผึ้งหลวงทำรังเป็นช่องหกเหลี่ยมเหมือนกันกับแตนลาม แต่มีจำนวนช่องมากกว่าแตนลามจนเปรียบเทียบกันไม่ได้ ที่สำคัญผึ้งหลวงเก็บอาหารให้ตัวอ่อนเป็นน้ำหวานและเกสรดอกไม้ จึงจัดให้ผึ้งหลวงเป็นแมลงที่รักษาศีล ไม่ฆ่าสัตว์ ส่วนต่อหัวเสือและแตนลามเป็นแมลงที่ฆ่าสัตว์อื่น บางครั้งเคยเห็นต่อหัวเสือขโมยหนอนจากรังแตนลาม โดยแตนลามไม่สามารถป้องกันได้เลย แตนลามจึงกลายเป็นแตนร้าง (ทิ้งรัง) ไปเลย

วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 19, 2554

เช้าถึงค่ำความทรงจำที่พะเนินทุ่ง




























































รังมดที่ประณีตสวยงามเป็นสถาปัตยกรรมทางธรรมชาติ ผีเสื้อหลากหลายสายพันธุ์มารวมกันด้วยจุดประสงค์เดียวกันคือเกลือแร่และแบ่งกันกิน เฟิร์นชูกิ่งก้านเขียวขจี แสงและเงาให้ความสว่างและบดบังความงามของหมู่ไม้น้อยใหญ่ สายหมอกฝนอ้อยอิ่งหอบความหนาวและความเยือกเย็นในช่วงเดือนพฤษภาคม เป็นความทรงจำที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง

กล้วยไม้ป่าที่พะเนินทุ่ง 2













กลางเดือนพฤษภาคมปีนี้ ทั้งฝนและมรสุมค่อนข้างแรง กิ่งไม้แห้งถูกแรงลมพัดหักลงสู่พื้น ที่พะเนินทุ่งในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานก็เช่นกัน หลายกิ่งที่หักลงมามักมีกล้วยไม้ป่าติดลงมาด้วย เอื้องปากส้อม (Cleisostoma Blume) ที่เห็นในภาพเป็นกล้วยไม้ป่าชนิดหนึ่งที่ล่วงสู่พื้นดิน ดอกใกล้จะโรยแล้วอาจมองไม่ชัดนัก แต่ที่อยู่บนกิ่งไม้ก็อยู่สูงเกินที่จะบันทึกภาพได้ชัดเจน เอาพอเห็นความงามของกล้วยไม้ป่าในธรรมชาติชนิดหนึ่งก็แล้วกันนะ

ความทรงจำเสี้ยวหนึ่ง ที่อุทยานแห่งชาติเขาหลวงนครศรีธรรมราช

























ตัวตนของอุทยานแห่งชาติเขาหลวง เริ่มต้นด้วยความชันของทางเดินขึ้นน่าจะ 45-60 องศา เสียงหอบหายใจตัวเองไม่สามารถปิดบังเพื่อนร่วมทางได้เลย ต้นไม้สูงกว่า 20 เมตร ส่งยอดขึ้นแย่งชิงรับแสงแดด เถาวัลย์เกาะเกี่ยวพันต้นโน้น ต้นนี้ ดึงรั้งซึ่งกันและกันไว้เมื่อมีมรสุมลมแรง ต้นไม้สูงแต่ละต้นมีไม้เล็ก ๆ เกาะอาศัยพึ่งพาเป็นแหล่งหาอาหารจากส่วนเกินโดยไม่เบียดเบียนต้นที่ตนอาศัย บนพื้นดินเปราะแผ่ใบบาน ดอกสีขาวอมม่วงอ่อน ๆ เจ้าหน้าที่สื่อความหมายของอุทยานให้ความรู้ว่า เปราะมีหัวคล้ายกระชายนำมาเป็นสมุนไพรปกกระหม่อมเด็กได้ เสียงน้ำตกกะโรม เสียงเรไร ลมพัดใบไม้ไหวแกว่ง อากาศเย็นฉ่ำสดชื่นหายใจเต็มอิ่ม เสียงนกดังแว่ว ๆ มาแต่ไกล ผีเสื้อบินช้า ๆ ผ่านแสงแดดที่สาดส่องทะลุใบไม้ลงกระทบมอสกำมะหยี่สีเขียว ไรเคนสีขาวปนเทา เกาะก้อนหินเกาะต้นไม้มองเห็นความอุดมสมบูรณ์ของป่า เห็นความเกื้อกูลของเห็ดผู้ย่อยสลาย เกาะกิ่งไม้ที่ผุพังย่อยเพื่อคืนความสมบูรณ์ให้กับพื้นดิน

เอนอ้าไม้เบิกนำ









นักอนุรักษ์ที่มีความชื่นชอบการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ต้องรู้จักไม้ชนิดหนึ่งที่มีชื่อเรียกหลายชื่อ บ้างเรียกเอนอ้า บางคนเรียกอ้าหลวง บางคนเรียกโคลงเคลง บางคนเรียกต้นข้าวต้ม หรือมีชื่ออื่นอีก ลักษณะเป็นต้นไม้เล็กมีดอกสีม่วง ผลมีขน เมื่อสุกกินได้รสหวาน ลิ้นจะเป็นสีม่วง ตนไม้ชนิดนี้เราพบบริเวณป่าโปร่ง ป่าเพิ่งฟื้นตัว พบเห็นอยู่ร่วมกับหญ้าคา สาบเสือ นักสื่อความหมายเรื่องป่า ให้ความรู้กับเยาวชนหรือประชาชนที่มาศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับต้นเอนอ้าว่าเป็น “ไม้เบิกนำ” หมายความว่าเป็นไม้กลุ่มแรก ๆ ที่ขึ้น เริ่มต้นให้ป่าได้ฟื้นตัว หลังจากเคยเป็นป่าและถูกมนุษย์ถางทำลายไป เช่น บริเวณสนามกอล์ฟ บนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เมื่อถูกยกเลิกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 นับถึงเวลานี้เป็นเวลา 20 ปีแล้ว สนามกอล์ฟเริ่มฟื้นคืนสู่ป่าด้วยไม้เบิกนำ คือหญ้าคา สาบเสือ และเอนอ้านี่แหละ

วันอังคาร, พฤษภาคม 03, 2554

หนึ่ง ..สอง..สาม ..มหัศจรรย์ยารักษาโรค








ผู้เขียนได้พบยารักษาโรคที่มีประสิทธิภาพสูงสุดที่เคยพบมา ที่สำคัญไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ไม่มีอาการข้างเคียง(side effect)ไม่มีอาการตกค้าง มีแต่คุณเพียงอย่างเดียว ทุกท่านคงอยากรู้แล้วใช่ไหมละว่า ยาอะไรจะมีคุณภาพถึงเพียงนี้..มีด้วยหรือ
แม้ยารักษาโรคชนิดนี้จะมีคุณสักเพียงใดแต่กินยาก จึงต้องมีขั้นตอนการกินยา...โดยเฉพาะสามวันแรก..หลังจากนั้นไม่ยากแล้ว...ขอบอกวิธีกินยามหัศจรรย์นี้เลยนะ...วันแรกหลังตื่นนอนยังไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้นกินยาเลย หนึ่งแก้วเต็มๆและกินให้หมดทันที วันที่สองหลังตื่นนอนยังไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้นกินยาเลย สองแก้วเต็มๆและกินให้หมดทันทีนะ วันที่สามหลังตื่นนอนยังไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้นกินยาเลย สามแก้วเต็มๆและกินให้หมดทันทีเช่นเคย วันต่อๆไปกินยาวันละสามแก้ว...หากกินยาเช่นนี้ตลอดไป โรคที่เป็นอยู่จะทุเลาลง โรคใหม่ก็จะไม่ปรากฏ อายุขัยจะยืนยาว ยาชนิดนั้นคือ “น้ำบริสุทธิ์สำหรับดื่ม” นั่นเอง

วันจันทร์, พฤษภาคม 02, 2554

หวายแดง









บ่ายวันหนึ่งกลางเดือนเมษายน เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เมื่อรับสาย เสียงพูดมาว่า “อาจารย์ครับผมปีร์ จากอุทยานแห่งชาติปางสีดา ผมพบกล้วยไม้ป่าชนิดหนึ่งที่ผาตะเคียน กำลังบานดอก ผมถ่ายรูปมาหลายรูป อาจารย์ว่างไหม ผมยากให้ดู” “ปีร์ ตอนนี้พี่มาราชการอยู่ที่นราธิวาส ปีร์ส่ง mail ให้พี่เลยนะ กลับไปจะค้นหาให้ พี่มีหนังสือกล้วยไม้ป่าของ สลิล สิทธิสัจจธรรมอยู่” เป็นข้อความที่คุยกันหลังจากนั้นได้ตรวจสอบกล้วยไม้ชนิดที่ปีร์พบ ไม่มีในหนังสือเล่มดังกล่าว จึงนำรูปที่ปีร์ถ่ายได้ ส่งเข้าไปใน webblog เรื่องกล้วยไม้ webblog ชื่อ http://tjorchid.com/ ถามผู้รู้ รออยู่ 2 วัน เมื่อเปิด webblog ดูมีผู้รู้ตอบว่า กล้วยไม้ชนิดนั้นชื่อ”หวายแดง” และเมื่อสืบค้นใน website อื่น พบภาพกล้วยไม้หวายแดงถ่ายไกล ๆ ที่ผากล้วยไม้บนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ขึ้นเป็นดงซึ่งบานดอกเดือนเมษายน ผู้เขียนขึ้นไปบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นับร้อยครั้งผากล้วยไม้ก็เคยไป กลับไม่เคยพบหวายแดงบานดอกเลย เมื่อทบทวนดูแล้ว ตนเองชอบขึ้นไปอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว เดือนเมษายนฤดูร้อนไปทะเลเสียส่วนใหญ่ เลยไม่รู้จัก “หวายแดง”
สรุปว่า ความสวยงามความเร้นลับมีทุกช่วงจังหวะเวลา ทุกสถานแห่งหนสังเกตดูเถอะนะ