วันพฤหัสบดี, กุมภาพันธ์ 17, 2554

สัตว์ป่าที่เขาพะเนินทุ่ง





























แปดชั่วโมงตั้งแต่ 8.00 น ถึง 16.00 น ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน บริเวณตั้งแต่ด่านเขาสามยอดผ่านแคมป์บ้านกร่างไปถึงยอดเขาพะเนินทุ่ง ในวันธรรมดาวันหนึ่ง ได้พบเห็นสัตว์ป่า นก ผีเสื้อ มากมาย ที่สามารถบันทึกภาพได้ด้วยกล้อง Complex ตัวเล็ก ขอแบ่งปันด้วยภาพต่อไปนี้
ค่างแว่นถิ่นใต้ Dusky Langur
กระรอกปลายหางดำ Grey-bellied Squirrel
เก้งหม้อ Fea’s Muntjac
ลิงเสน Stump-tailed Macaque
แลนหรือตะกวด
กิ้งก่า
ผีเสื้อใบไม้เล็ก Autumn leaf
คงเรียกน้ำย่อยคนรักป่าได้บ้างใช่ไหม

วันพุธ, กุมภาพันธ์ 16, 2554

กล้วยไม้ “สิงโต” ที่เขาพะเนินทุ่ง




ใกล้บริเวณจุดชมวิวที่เขาพะเนินทุ่ง ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่ความสูงประมาณ 890 เมตร จากระดับน้ำทะเล บนต้นไม้ขนาดเล็กที่มี ไลเคนเกาะอยู่เต็ม สูงขึ้นไปประมาณ 4 เมตร พบกล้วยไม้ตระกูลสิงโตชนิดหนึ่ง กำลังบานดอกช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ด้วยขนาดเล็กของต้นไม้เกิดความยุ่งยากในการปีนขึ้นไปถ่ายภาพ ภาพที่เห็นจึงดูไม่ชัดเจน แต่พอเทียบเคียงด้วยรูปภาพกล้วยไม้ตระกูลสิงโต ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bulbophyllum frostii จาก website ค้นหาชื่อภาษาไทยไม่พบ ขอตั้งชื่อเล่นว่า “สิงโตปัญญา” ไปพลางก่อนเพราะค้นพบเอง แม้ว่าจะมีน้องคนหนึ่งชื่อ พงศ์พันธ์ พวงทอง ทำงาน AIS อาสาปีนขึ้นไปถ่ายภาพให้แต่ความไม่คุ้นเคยกับกล้องจึงถ่ายภาพได้ไม่ชัดในรายละเอียด
เป็นอันว่าผู้เขียนมีกล้วยไม้เป็นของตนเองแล้ว ชื่อ “สิงโตปัญญา” ก็แล้วกัน ห้ามนำไปอ้างอิงนะเป็นลิขสิทธิ์ส่วนตน

ค่างแว่น ค่างบิน







เวลาประมาณ 8.20 น. บนเส้นทางระหว่างบ้านกร่างแคมป์ สู่เขาพะเนินทุ่ง ที่ระดับความสูงประมาณ 660 เมตร จากระดับน้ำทะเล ปรากฏค่างแว่นครอบครัวหนึ่ง มี 5 ตัว เดินทางอยู่บนต้นไม้ด้านขวามือ ขณะที่ขับรถขึ้นเขาไปช้า ๆ ค่างแว่นวัยรุ่นได้กระโจนจากต้นไม้ใหญ่ไปสู่ยอดไผ่ฝั่งตรงกันข้าม จึงหยุดรถลงเตรียมกล้องถ่ายภาพ รอประมาณ 1 นาที ค่างแว่นตัวเล็กก็กระโจนตามไป ตัวเล็กอีกตัวกระโจนตามไป เป็นภาพที่สวยงามมาก แต่ด้วยข้อจำกัดของกล้อง ไม่สามารถที่จะดึงภาพได้ดีกว่าที่เห็นแล้ว ดีใจมากที่ถ่ายภาพลีลาค่างบินได้ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นช่างภาพสารคดีสัตว์ของ National Geographic เท่ห์ไหมละ สัญญากับตัวเองว่าจะพาทีมงานพร้อมกล้องและอุปกรณ์ครบมือมาอีกครั้งในโอกาสเร็วๆนี้

จากด่านเขาสามยอดสู่แคมป์บ้านกร่าง








อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นอุทยานฯที่มีพื้นที่มากที่สุดในประเทศ พื้นที่อุทยานฯ ด้านตะวันตกติดกับประเทศพม่า เป็นเทือกเขาสูงสุดตาสิ่งที่แปลกคือที่ทำการอุทยานฯ ไม่ได้อยู่ในพื้นที่อุทยานฯ เช่นอุทยาแห่งชาติเขาใหญ่ แต่อยู่ในชุมชนใกล้เขื่อนดินแก่งกระจาน จึงเหมาะต่อการจัดกิจกรรมค่าย โดยไม่รบกวนสัตว์ป่า จากที่ทำการอุทยานแห่งชาติต้องเดินทางผ่านชุมชนไปไกลกว่า 20 กิโลเมตร จึงเข้าเขตอุทยานฯบริเวณด่านเขาสามยอด
กลางเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2554 ครั้งแรกที่มีโอกาสเรียนรู้ธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเมื่อผ่านด่าน ภาพแรกที่ต้อนรับคือซุ้มต้นไม้สองข้างทางที่โน้มตัวเข้าหาถนน เป็นธรรมชาติที่แปลกตา บนความตื่นเต้นก็พบเรื่องเศร้า “บนถนนเข้าอุทยานกลายเป็นสุสานของสัตว์ป่า” เจ้ากระรอกปลายหางดำ(Grey -bellied Squirrel)ถูกรถชนนอนตายตาถลน ต้องหยุดสวดบท “อนิจจัง วัฏฏสังขาราฯ” ให้กระรอกน้อยสู่สุขคติ และตั้งใจว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นที่มาของเรื่องสั้นซักเรื่องหนึ่งที่ชื่อ “เส้นทางสู่อุทยานคือสุสานของสัตว์ป่า” ในเวลาอันใกล้ ความเงียบเกาะกุมความคิด จนรถเดินทางไปถึงแคมป์บ้านกร่างระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร
มีคำถามๆตัวเองว่า “กระรอกที่ตายเพราะกระรอกไม่ระวังตัว หรือคนขับรถในอุทยานเร็วเกินไปเป็นเหตุให้หยุดไม่ทันกันแน่”

เขาพะเนินทุ่งแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติอุทยานฯ แก่งกระจาน








บริเวณที่เป็น Highlight ของเขาพะเนินทุ่ง คงเป็นจุดชมวิวชมทะเลหมอก ที่ความสูง 974 เมตร จากระดับน้ำทะเล เมื่อได้ยืนอยู่บริเวณนี้ความรู้สึกบอกถึงความสดชื่นของอากาศเมื่อกระทบเข้าไปถึงปอดจนลืมหายใจ โอ้...เรามีชีวิตยืนยาวเพิ่มขึ้นแน่ ๆ ที่ได้รับอากาศเช่นนี้ ลมเย็นที่พัดผ่านทะเลหมอกมาจากภูเขาแดนไกลสุดตา พัดพาสารพิษจากขยะซึ่งตกค้างในปอดเราในวันคืนช่วงฤดูหนาวที่จังหวัดสระแก้ว ไปได้เกือบหมด เป็นความสุขที่ได้รับจากธรรมชาติ ที่ให้ทั้งความสวย เงียบ สดชื่น เพลิดเพลินกับชีวิต เพื่อนร่วมโลกน้อยใหญ่ที่พบเห็นเริ่มตั้งแต่ ตะกวดในโพรงต้นสมพง ค่างแว่นลอยตัวไปยังยอดไผ่ เก้งหม้อตัวอ้วน(อาจท้องก็ได้) หันมามองอย่างสงสัย กิ้งก่าสีสันแปลกตา ลิงขนยาวหน้าแดงที่นับได้ไม่หมด ทั้งนก ทั้งผีเสื้อเหลือคณานับ
สัตว์ป่าไม่มีประเทศไม่มีพรมแดน ถิ่นใดมีอาหาร มีความปลอดภัย สัตว์ป่าถือเป็นบ้าน เป็นแหล่งอาศัย อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานมีพื้นที่ติดสองประเทศคือไทยและพม่า เราจึงพบเห็นสัตว์ป่า นก ผีเสื้อได้มากมายหลากหลายสายพันธุ์ มาช่วยกันรักป่า รักษาป่า เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์และมนุษย์เราเถอะ

เสียงนกตบยุงก้องถึงเขาหินเทิน








บ้านพัก 103 ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เที่ยงคืนกว่าแล้วเสียงนกตบยุงร้องก้องเชิงเขา “โจ้ง โจ้ง โจ้ง” ร้อง ๆ หยุด ๆ เป็นจังหวะเสียงเรไรดังเบาพอเป็นเสียงพื้น ความสงบ ความเงียบเป็นความสุขอย่างหนึ่งในวัยหกสิบปี
คิดถึงเมื่อวานนี้ได้มีโอกาสไปเยี่ยมสำนักสงฆ์แห่งหนึ่งชื่อ “สำนักสงฆ์เขาหินเทิน” อยู่ใกล้ด่านสิงขร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีพื้นที่ประมาณร้อยกว่าไร่อยู่บนเนินเขาที่มีก้อนหิน คล้ายก้อนหินที่มีแร่แคลไซด์อยู่ในเนื้อหิน วางซ้อนกันในลักษณะแปลกมากมาย ได้พูดคุยกับเจ้าสำนักสงฆ์ชื่อ พระเกษตร ปคุโน ท่านเล่าให้ฟังถึงที่มาของสำนักสงฆ์ว่า ได้นำชาวบ้านต่อสู้กับชาวไต้หวันที่จะมาสัมปทานระเบิดหินแห่งนี้ไว้ได้เป็นเวลากว่า 20 ปี มาแล้ว สำนักสงฆ์แห่งนี้เคยเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของพระธุดงค์เสมอมา
พระเกษตร ปคุโน ท่านอยู่ในวัยเกือบเจ็ดสิบปีแล้วดูสมถะ ท่านสอนว่า “ให้หาเวลาปฏิบัติธรรมบ้าง อย่าให้เวลาของครอบครัวปิดบังเส้นทางสวรรค์เรา ความเป็นจริงเมื่อสูงอายุควรต้องออกกำลังกายไม่เช่นนั้นอาจทำให้เราเจ็บป่วยได้” เป็นคำสอนที่เป็นประโยชน์โดยตรงกับคนในวัยเกษียณนะนี่

วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 04, 2554

ปลูกดอกดาวเรืองให้รายได้งดงาม

















ที่บ้านเจริญผล ตำบลท่าเกวียน อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว เกษตรกร ใช้พื้นที่ประมาณ 1-2 ไร่ ปลูกดอกดาวเรืองและปลูกพริก สร้างรายได้อย่างงดงาม เวลาประมาณ สิบโมงครึ่งที่แปลงดาวเรืองเพิ่งหยุดสปริงเกอร์ลดน้ำ น้ำที่ใช้ลดดอกไม้มาจากสระที่ขุดเก็บน้ำไว้ เกษตรกรเก็บดอกดาวเรืองบรรจุลงถุงพลาสติก ถุงละประมาณ 100 ดอก แยกขนาดเป็น 3 ไซซ์(SIZE) ดอกเล็กหน่อยเป็นเบอร์หนึ่ง โตอีกหน่อยเป็น บิ๊กไซซ์ ขนาดโตสุดเรียก จัมโบ้ ราคาเบอร์หนึ่งดอกละหกสิบสตางค์ บิ๊กไซซ์แปดสิบสตางค์ จัมโบ้ดอกละหนึ่งบาท ดอกดาวเรืองถูกส่งไปปากคลองตลาด กรุงเทพมหานคร เก็บทุก 2 วัน ทุกคนในครอบครัวมีความสุขจากงานที่ทำที่บ้านและมีรายได้งดงามพอเลี้ยงชีวิตทุกคนในครอบครัว

วันพฤหัสบดี, มกราคม 27, 2554

ความสวยงามของตะแบกป่าปลายเดือนมกราคม






ปลายเดือนมกราคมที่อำภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว มีต้นตะแบกป่าบางสายพันธุ์บานดอก บางสายพันธุ์ทิ้งใบ ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ไหนล้วนแล้วสวยงามทั้งสิ้น....ดูจากภาพที่ถ่ายมาในวันที่ 26 มกราคม วันที่ไปทำข้อตกลงร่วมกัน(MOU)กับอุทยานแห่งชาติตาพระยา

วันพุธ, มกราคม 26, 2554

ถึงคุณ Kazumi คุณ Noriaki MANABE






ครอบครัวของเราทุกคนคิดถึงคุณทั้งสองและลูกสาวลูกชายคุณด้วยนะ...ส่งภาพไปเที่ยว Jim Thompson Farm มาให้ดูครับ

วันจันทร์, มกราคม 24, 2554

ในวันที่โลกสดใส ดอกไม้สดสวย ที่ JIM THOMPSON FARM





เหตุการณ์หนึ่งจะอุบัติขึ้นมาได้ล้วนแล้วแต่ต้องมีหลายสิ่งหลายอย่างเป็นองค์ประกอบ เช่นเหตุการณ์ “ในวันที่โลกสดใส ดอกไม้สดสวย” อุบัติด้วยองค์ประกอบดังนี้ สถานที่ JIM THOMPSON FARM จังหวัดนครราชสีมา เขาปลูกไม้เมืองหนาวด้วยมีที่ตั้งอยู่ใกล้ดอย ในเดือนมกราคมอากาศหนาวเย็น ดอกไม้หลายชนิดบานดอกสวยสดงดงาม เขาจึงจัดงานให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม ลูก ๆ พอมีเวลา ด้วยเป็นวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ อยากพาพ่อแม่ไปพักผ่อนเที่ยวกิน จึงนัดหมาย วันดอกไม้สวย อากาศดี ไม่เก็บภาพเป็นที่ระลึกดูกะไรอยู่ ลูก ๆ พกกล้องถ่ายรูป 2-3 ตัว เก็บภาพของทุกคน เสียงชัตเตอร์ลั่นเป็นระยะ ๆ ระคน เสียงคุณแม่ดาราหน้ากล้องขอดูภาพจาก view finder กล้อง สวยจังเลย...ถ่ายคนแก่อายุหกสิบปีดูดี ๆ ฝีมือลูกชายถ่ายรูปให้ ต้องชมหน่อย ความสุขของพ่อแม่ คือ ภารกิจของลูก ทั้งลูกสาวลูกเขย ลูกชายลูกสะใภ้ ช่วยกันทำนะ จะได้ไม่นึกเสียใจเมื่อโอกาสพ้นผ่านไปแล้ว

วันศุกร์, มกราคม 21, 2554

นกอพยพตัวแรกปี 2554 ที่ประดู่ป่าแคมป์




กลางเดือนมกราคมปี 54 ประมาณเก้าโมงเช้า ขณะที่นั่งพักผ่อนอยู่บนเก้าอี้หวายในบ้าน วิรุฬหมาศ ในสวนประดู่ป่า ซึ่งมีประตูหน้าต่างเป็นกระจกใส ได้ยินเสียงเหมือนวัตถุบางอย่างกระแทกกระจกดัง “ทึบ” จึงเดินออกไปดูข้างนอกบ้าน พบนกกะเต็นนอนอยู่กับพื้นดิน คงเจ็บหรือจุก บินต่อไปยังไม่ได้ จึงจับขึ้นมา แล้วนำไปเกาะกับกิ่งไม้ พิจารณาอย่างละเอียดนกกะเต็นตัวนี้มีขนาดเล็ก ตีนแข้งสีแดงสด สวยงามมาก ขนด้านหลังและตะโพกน้ำเงินเหลือบเขียวสดใส ปากยาว วันนี้ช่างเป็นวันดี ได้เห็นนกอยู่ในมือ ได้ช่วยเหลือนกน้อยตัวนี้ โอกาสเช่นนี้นับว่าหายาก แต่โอกาสมักมากับอุปสรรคเสมอ วันดี ๆ เช่นนี้ลืมกล้องถ่ายรูปเสียได้ รู้สึกโกรธตัวเองวันไหนที่ลืมกล้องมักมีเรื่องให้ต้องถ่ายรูป ถึงมีอุปสรรคหากมีปัญญาก็พอแก้ได้ คิดถึงโทรศัพท์มือถือที่สามารถถ่ายภาพได้จึงได้ภาพนกกะเต็นดังปรากฏ เมื่อศึกษาจากคู่มือดูนกหมอบุญส่ง เลขะกุล นกกะเต็นตัวนี้ คือนกกะเต็นน้อยธรรมดา Common Kingfisher มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Alerdo atthis เป็นนกอพยพเดือนมกราคม มาที่สวนประดู่ป่า อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก

วันศุกร์, มกราคม 14, 2554

ม้าไทย..สู่อาชาบำบัด




กิจกรรมเล็กๆด้วยปณิธานที่ยิ่งใหญ่ของ..พจญาและพงษ์ศักดิ์...ก่อตัวพลิกประดู่ป่าแคมป์ศูนย์เรียนรู้รายบุคคลเป็นสถานที่ทดลองบำบัดเด็กพิเศษด้วยอาชาบำบัด...ช่วงแรกอยู่ในระยะเตรียมม้า เตรียมคน โดยเริ่มต้นจากม้า 3 ตัวครึ่ง ขุนพันเป็นม้าตัวผู้ใจดี ตาหวานเป็นม้าสุภาพอุ้มท้องมาด้วยจากอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ส่วนเจ้าขิงตัวเมียจอมพยศชอบพาเพื่อนหนีเที่ยวไกลๆ..มีเจ้าสองและเจ้าณัฐเป็นผู้ดูแล..เหตุการณ์จะเป็นเช่นไรโปรดติดตาม.....

วันพฤหัสบดี, มกราคม 13, 2554

ผีเสื้อที่ปางสีดาในเดือนมกราคม







สีอิฐเล็ก Little Yeoman
หนอนจำปีธรรมดา Toiled Jay
หนอนพุทราธรรมดา Common Pierrot
อไซเรี่ยนเล็ก Royal Assyrian 2 รูป
ถุงทองธรรมดา เพศเมีย Golden Birdwing(ภาพแรกนะจ๊ะ)

วันอังคาร, มกราคม 11, 2554

ความสวยงามของงูเขียวหางไหม้


งูเขียวหางไหม้ท้องเหลืองเป็นงูเขียวหางไหม้ชนิดหนึ่งในหลายชนิด มีชื่อสามัญว่า White-Liped Green Pit-viper ชอบหากินบนต้นไม้ในเวลาค่ำคืน เป็นงูมีพิษอ่อนที่อันตราย เมื่อถูกกัดจะปวดบวมแดง ความอันตรายอยู่ที่การได้รับพิษมากหรือน้อย หากถูกกัดรีบไปหาหมอให้เร็วที่สุด ถ้าภาย 30 นาทีไม่ต้องรัด โดยปกติงูกลัวคนหากระมัดระวัง...ปลอดภัยแน่...ตัวนี้ซ่อนอยู่โคนก่อไผ่ที่มีหญ้าคลุมอยู่พอถางหญ้าออกเราจึงเจอกัน...ทางใครทางมันนะ

วันอังคาร, มกราคม 04, 2554

ยามศึกร่วมรบ ยามสงบทำไร่ไถนา



คนไทยทั้งแผ่นดินที่ได้เรียนประวัติศาสตร์ไทยต้องรู้ว่าควายไทยมีคุณต่อคนไทยอย่างไร ทบทวนให้ฟังอีกครั้งยังได้นะ นายจันหนวดเขี้ยวไหงละ ขี่ควายไทย ตัวใหญ่ๆ อ้วนๆ นี่แหละเข้าโรมรันกับพม่าข้าศึกสมัยก่อนเสียกรุงครั้งที่2 พ.ศ.2310 ทั้งคนและควายฝากชื่อไว้เป็นประวัติศาสตร์ของแผ่นดิน ในฐานะนักรบบางระจัน
คนเลี้ยงควายทุกคนพูดเหมือนกันว่า ควายเป็นสัตว์ฉลาด ซื่อสัตย์ อดทน เป็นเพื่อนมนุษย์มายาวนานแต่คนไม่เคยเลี้ยงควายเข้าใจว่าควายโง่ มักด่าคนโง่ว่า “โง่เหมือนควาย”
ผู้เขียนได้ไปศึกษาเรียนรู้จากโรงเรียนสอนควายให้ทำนา ณ โรงเรียนกาสรกสิวิทย์ อยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว ครูสอนควายให้ไถนาหลักสูตร 3 วัน ควายก็ไถนาได้แล้ว ครูสอนคนให้ใช้ควายไถนา สอนตั้งสิบกว่าวันกว่าจะได้ ช่างเถอะ คนกับควายผูกพันกันมานานก็แล้วกัน ควายที่เห็น อยู่ที่ตลาดน้ำอโยธยา สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา