วันจันทร์, ธันวาคม 21, 2552

Miraikan







Miraikan ออกเสียงเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า “มิไรกัง” คำว่า mirai แปลว่า อนาคต คำว่า Kan แปลว่าศูนย์ รวมความแล้ว Miraikan แปลว่า ศูนย์แห่งอนาคต แนวคิด ในการจัดทำมาจากแนวคิดและความปรารถนาของนักบินอวกาศญี่ปุ่นที่เดินทางออกไปนอกโลกมองเห็นความสวยงามของโลกเกิดความห่วงใยในสิ่งแวดล้อมโลก ห่วงใยในชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์และสรรพชีวิต ในการออกแบบนิทรรศการและสิ่งประดิษฐ์มีนักวิจัยเป็นจำนวนมากมีส่วนร่วมในการดำเนินการ มีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ทั้งของประเทศญี่ปุ่นและของชาติอื่น ๆ สิ่งที่โดดเด่นของ Miraikan คือเรื่อง กิจกรรมการเรียนรู้มีห้อง workshop มีการ Design การทดลองตามความต้องการของกลุ่มที่แจ้งความประสงค์ในการเรียนรู้ไว้ก่อน หรือ Design กิจกรรมใหม่ในการทดลองทุกสัปดาห์ (เปลี่ยนทุกสัปดาห์) สิ่งที่โดดเด่นในส่วนนิทรรศการคือ ห้องโถงใหญ่แสดงการจำลองลูกโลกที่หมุนเคลื่อนไหวที่เรียกว่า Geo – cosmos ซึ่งเป็นสุดยอดของเทคโนโลยีปัจจุบัน การแสดงหุ่นยนต์ การแสดงเรือดำน้ำลึกเพื่อศึกษาท้องทะเล
คำสำคัญของ Miraikan
- ออกแบบจากจินตนาการความห่วงใยโลก
- นักวิจัยมีส่วนร่วมในการออกแบบ
- ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ทั้งในและต่างประเทศ
- มีห้อง Workshop เพื่อ Design กิจกรรม
- ยกย่องนักบินอวกาศเป็นบุคคลสำคัญ

วันศุกร์, ธันวาคม 18, 2552

คนลากรถผู้บอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของญี่ปุ่น







วัด “อะซาคูซะ” ในมหานครโตเกียวเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างมานับพันปีที่ชาวญี่ปุ่นแต่โบราณเดินทางมากราบไหว้พระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม และวัดแห่งนี้มีโคมไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นศิลปะที่สวยงามมีผู้คนเดินท่องเที่ยวบริเวณวัดนับหมื่นนับแสนคน กิจกรรมที่โดดเด่นของบริเวณถนนหน้าวัดแห่งนี้คือ “คนลากรถ” ชาวญี่ปุ่นผู้ชายหนุ่มที่ร่างกายแข็งแรง สง่างาม ทำหน้าที่คนลากรถพานักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่นพร้อมทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์ให้ความรู้ในสถานที่นั้น ๆไปพร้อมกัน
จากการสังเกต กลุ่มคนนั่งรถถ้าเป็นชาวญี่ปุ่นมักเป็นหญิงสาวนั่งไปเป็นคู่หรือหนุ่มสาวที่มีพิธีแต่งงานโดยมีคนถือโคมไฟญี่ปุ่นวิ่งนำรถลาก 2 คน วิ่งไปบนถนนคล้ายกับบอกว่า “ฉันทั้งสองคนได้สละโสดแล้วนะ” แต่ถ้าเป็นชาวต่างชาติที่เห็น เป็นคู่ชายหญิงสูงอายุเสียมากกว่า เสียดายว่าไม่มีโอกาสได้นั่งและฟังคนลากรถให้ความรู้ สิ่งที่เห็นอาจเป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ ที่ลงรายละเอียดไม่ได้เท่าใดนัก
หมายเหตุ ข้อมูลที่เขียนบางส่วนได้ฟังจาก มัคคุเทศก์ ผู้นำศึกษาดูงาน

คนไร้บ้านกับผ้าคลุมสีฟ้า







มหานครโตเกียวมีคนอาศัยอยู่หนาแน่นมาก ในพื้นที่ราบที่ไม่กว้างใหญ่แห่งนี้มีประชากรตามสำมะโนประชากรอยู่ประมาณ 15 ล้านคน แต่มีประชากรแฝงที่เดินทางจากรอบ ๆ มหานครมาทำงานในโตเกียวมาก ประมาณกันว่ามหานครโตเกียวมีผู้คนเคลื่อนไหวอยู่ถึง 30 ล้านคน เราจึงมองเห็นผู้คนที่เร่งรีบ แต่งตัวทันสมัย บ้านเมืองก็สวยงามเป็นระเบียบ การต่อสู้การแข่งขันเพื่อการดำรงชีวิตเป็นไปอย่างท้าทาย
แน่นอนที่สุดที่ต้องมีกลุ่มคนที่ต่อสู้แข่งขันแล้วอ่อนล้าโรยแรง อาจกล่าวได้ว่าเป็นผู้พ่ายแพ้ในการสู้เพื่อการดำรงชีวิต เราอาจพบเห็นเขาเหล่านั้นเป็นคนไร้บ้านอาศัยอยู่ตามสวนสาธารณะที่พักผ่อนริมแหล่งน้ำ เอกลักษณ์ของคนไร้บ้านคือห่อทรัพย์สมบัติที่ใช้หลังจากพักผ่อนนอนหลับแล้ว โดยใช้ผ้าพลาสติกสีฟ้าผูกมัดอย่างเป็นระเบียบทุกวัน หากเราเดินทางในโตเกียวเมื่อเห็นผ้าพลาสติกสีฟ้าคลุมของผูกมัดอยู่แสดงว่าบริเวณนั้นเป็นที่อยู่ของคนไร้บ้านชีวิตของคนไร้บ้านอาจดูลำเค็ญ แต่เป็นชีวิตคนแก่ที่อยู่อย่างมีวินัย มีความเป็นระเบียบ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้สังคม และอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ อาจกล่าวได้ว่า “แม้เป็นผู้พ่ายแพ้แต่ก็แพ้อย่างมีศักดิ์ศรี”
ข้อมูลเพิ่มเติม ผ้าพลาสติกสีฟ้าที่คนไร้บ้านใช้ มัคคุเทศก์บอกว่าคนไร้บ้านได้มาจากนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่นำมารองนั่งในช่วงเวลาชื่นชมกับดอกซากูระบาน

ถังขยะกับอีกาในญี่ปุ่น



นกที่พบเห็นมากที่สุดในญี่ปุ่นคงเป็น “อีกา” อีกาอาศัยอยู่ทั่วไป ในเมืองจึงเห็นอีกาบินอยู่ในสวนสาธารณะ ตามอาคารบ้านเรือน บริเวณตึกสูงๆ ที่สำคัญพบอีกาทนความหนาวเย็นของหิมะได้ แสดงว่าบริเวณที่หิมะตกอีกาก็อยู่ได้ ที่ญี่ปุ่นไม่พบเห็นถังขยะอยู่ข้างถนน ถังขยะต้องมีเจ้าของมีผู้ดูแล ฉะนั้นทุกบ้านจึงต้องมีถังขยะเป็นของตนเอง มีการแยกขยะมีสถานที่ทิ้งขยะของหมู่บ้านเป็นที่ทิ้งขยะรวม โดยรัฐกำหนดให้ประชากรของตนร่วมรับผิดชอบโดยการซื้อถุงขยะจากรัฐเพื่อให้เกิดความตระหนักและเป็นการเสียภาษีสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกันด้วย
ในญี่ปุ่นไม่มีสุนัขจรจัดรื้อถังขยะ สุนัขทุกตัวต้องมีเจ้าของ มีปลอกคอ หากเจ้าหน้าที่พบสุนัขไม่มีเจ้าของ เขาจับไปขังไว้เพื่อรอเจ้าของมารับประมาณ 10 วัน หากพ้นจากนั้นเขาจะทำลายสุนัขเพื่อป้องกันโรคระบาด แม้ว่าไม่มีสุนัขจรจัดรื้อถังขยะที่ญี่ปุ่น มีอีกาผู้ชาญฉลาด ซึ่งมีความสามารถพิเศษคือตาไว แกะรื้อถุงขยะที่มีอาหารได้ อีกาบางตัวแม้แต่ขวดนมยังสามารถเปิดกินได้
สรุปว่า อีกามีพัฒนาการเพื่อให้เผ่าพันธุ์ตนเองอยู่รอดในสังคมเมืองอย่างน่าพิศวง
หมายเหตุ ข้อมูลส่วนใหญ่ได้จากมัคคุเทศก์ประจำคณะศึกษาดูงาน

หิมะแรกที่เมือง ASAHIKAWA











ในช่วงเวลาของการไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 11-16 ธันวาคม 2552 ความประทับใจที่ได้จากธรรมชาติ นับเป็นของขวัญอันล้ำค่าคือ หิมะแรกที่เมือง ASAHIKAWA ซึ่งเป็นเมืองอยู่ในเกาะฮอกไกโด หิมะตกหนักมากเพื่อต้อนรับคณะของเรามา 3 วันแล้ว สิ่งที่ตื่นเต้นคือการได้เห็นผลึกหิมะปลิวลงมาเหมือนขนนกเล็ก ๆ เบา ๆ ปลิวลงมาเฉียง ๆ ตามแรงลมแล้วเกาะกองบริเวณพื้นดิน บริเวณกิ่งไม้ บริเวณหลังคา เมื่อตกลงมาเป็นจำนวนมาก บริเวณชายคาฝั่งที่ไม่ถูกลมหิมะปะทะหิมะย้อยลงตามชายคา คล้ายรังผึ้งถ้าหิมะละลายในบริเวณชายคาเป็นเหมือนเข็มน้ำแข็ง เล่มเล็กๆเล่มใหญ่ ๆ พุ่งลงมาจากชายคาเต็มไปทั้งแถบ ในแม่น้ำ น้ำจับตัวเป็นน้ำแข็ง บางบริเวณที่ยังไม่เป็นน้ำแข็งมองเห็นเป็นวุ้น ๆ หากยังเป็นน้ำอยู่นกน้ำได้อาศัยบริเวณว่าง ๆ นั้นเล่นน้ำหาอาหาร ภูมิปัญญาของคนเมืองหนาวในญี่ปุ่นที่คำนึงถึงธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เขาปกป้องต้นไม้จากการถูกหิมะเกาะทับโดยการใช้ไม้ลำตรง ๆ นำไปผูกกับต้นไม้โดยให้ไม้สูงขึ้นไปกว่าต้นไม้อีกประมาณ 2 เมตร จากนั้นใช้เชือกผูกปลายไม้ส่วนที่สูงสุดหลาย ๆ เส้น นำปลายเชือกอีกด้านหนึ่งมาผูกกับกิ่งแต่ละกิ่งเพื่อให้กิ่งไม้ทนกับน้ำหนักหิมะได้ เมื่อหิมะเกาะเชือกจึงดูคล้ายกระโจม ชาวญี่ปุ่นเรียก “เชือกจับหิมะ”
หิมะเมื่อตกหนักการเดินทางลำบากรถยนต์ที่จอดไว้ทุกคันตั้งใบปัดน้ำฝนขึ้นไว้ หิมะเกาะเต็มคันรถ บริเวณหน้าบ้านและถนนประชาชนในบริเวณนั้น ๆ ออกจากบ้านมากวาดหิมะเป็นระยะๆเพื่อไม่ให้หิมะก่อตัวกองสูงเกินไปจนไม่สามารถเปิดประตูบ้านได้หรือไม่สามารถเดินบนถนนได้
ข้อมูลเพิ่มเติม มัคคุเทศก์บอกว่าผลึกของหิมะมีลักษณะที่ไม่เหมือนกันเลยนับเป็นความมหัศจรรย์ พันผลึกก็พันแบบ

ความสุขของคนญี่ปุ่นกับสุขภัณฑ์


เมื่อเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ความสุขหนึ่งที่ได้รับร่วมกับคนญี่ปุ่นคือการได้นั่งสุขภัณฑ์ที่มีความสะอาด สะดวก สบาย ที่สุดในโลก เครื่องสุขภัณฑ์ญี่ปุ่นถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสนองความต้องการจริง ๆ เริ่มด้วยหากเป็นฤดูหนาว ฝาครอบสุขภัณฑ์ที่นั่งมีเครื่องทำความอุ่นทำให้เรานั่งสบาย ฝาครอบปิด เปิด มีโชคอัพขึ้นลงช้า ๆ ไม่เกิดเสียงดัง เมื่อปลดทุกข์แล้วมีปุ่มฉีดน้ำล้างพุ่งขึ้นตรงตำแหน่ง เลือกได้ว่าจะใช้น้ำอุ่นหรือน้ำเย็น เมื่อล้างเสร็จมีปุ่มกดหยุด ความสุขที่ได้รับจากสุขภัณฑ์ของญี่ปุ่นทำให้คิดถึงแม่มาก ๆ ตอนเราเป็นเด็กมีแต่แม่ล้างก้นให้ มาญี่ปุ่นเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งหนึ่ง ท่านว่าดีไหมล่ะ ความสุขที่ได้รับจากสุขภัณฑ์ของญี่ปุ่นขอกล่าวว่า “I LOVE JAPAN VERY MUCH”

ความต่างระหว่างญิ่ปุ่นกับไทย



มิได้เขียนว่าญี่ปุ่นดีกว่าไทยอย่างไร แต่เขียนถึงญี่ปุ่นมีบางอย่างที่ไทยเราไม่มี ซึ่งเป็นสิ่งที่อาจนำมาพิจารณาว่าหากไทยเรามีสิ่งเหล่านี้จะดีหรือไม่ เพราะญี่ปุ่นเขาทำสิ่งเหล่านี้แล้วประเทศชาติเขาเจริญพัฒนาดีขึ้นตลอดเวลา ขอเขียนความต่างเป็นข้อๆดังนี้
ข้อแรก ญี่ปุ่นมีบุคคลรับผิดชอบถังขยะส่วนตัวโดยมีการแยกชนิดของขยะ มีองค์กรบริษัทหรือหน่วยงานทุกแห่งรับผิดชอบขยะโดยแยกประเภทขยะของตน
ข้อที่สอง ประชาชนญี่ปุ่น มีความหนาแน่น คนญี่ปุ่นจึงเข้าคิวเพื่อให้เกิดลำดับก่อนหลังไม่ว่าเพื่อซื้อของ เพื่อใช้บริการห้องน้ำ ทำให้เกิดความเป็นธรรมในสังคมโดยอัตโนมัติ
ข้อที่สาม ความตรงต่อเวลา ทั้งเครื่องบิน และรถไฟเดินทางตรงเวลา หากเวลาต่างกันเพียง 1 นาที รถไฟก็อาจเป็นคนละขบวนกันแล้ว เครื่องบินก็เช่นกัน เครื่องบินขึ้นจากสนามบินต่อเนื่องกันเป็นนาที ความไม่ตรงต่อเวลาอาจทำให้พลาดโอกาส เสียโอกาส สุดท้ายอาจเป็นผู้ด้อยโอกาสไปในที่สุด
ข้อที่สี่ การเป็นอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือสังคม อาจพบผู้สูงอายุเป็นอาสาสมัครช่วยดูแลสังคม เช่นเป็นคนกวาดถนนและกวาดหิมะในสวนสาธารณะ เป็นยามเปิดประตู เป็นผู้บรรยายในพิพิธภัณฑ์
ข้อที่ห้า ญี่ปุ่นคำนึงถึงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาก ทั้งความเป็นอยู่ อาหารการกิน ความสะอาด การประหยัดพลังงาน การให้ทรัพยากร การดูแลโลกทั้งใบ มีการปลูกฝังให้เด็กเยาวชนเข้าใจถึงความจำเป็นในการดูแลโลก (SAVE EARTH)

เรียนรู้ ดูงาน ทัศนศึกษา ประเทศญิ่ปุ่น 2552





































เรียนรู้/ดูงาน/ทัศนศึกษา/ประเทศญี่ปุ่น
TOKYO ,YOKOHAMA , ASAHIKAWA ,SUPPORO
11-16 ธันวาคม 2552

· ทัศนศึกษา - สวนสาธารณะไม้ดัดบริเวณหน้าพระมหาราชวังอิมพิเรียล
- SEA PARADISE ที่ YOKOHAMA
· ดูงาน - Tsukuba Science City เมืองวิทยาศาสตร์แห่งมหานครโตเกียว
- Miraikan ศูนย์แห่งอนาคตเรื่องของ โลก ดาราศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์พลังงาน แห่งมหานครโตเกียว
- พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติและวิทยาศาสตร์แห่งชาติ National Museum of Nature and Science แห่งมหานครโตเกียว
- Asahikawa Science Center ศูนย์วิทยาศาสตร์แห่งเมือง ASAHIKAWA เรื่องของท้องฟ้าจำลอง และกล้องดูดาวกลางวัน – กลางคืน
-Science Museum in Japan พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งมหานครโตเกียว
· เรียนรู้วิถีชีวิต และ วัตนธรรม
- คนลากรถ
- คนไร้บ้าน
- หิมะแรกที่ ASAHIKAWA
- สุขภัณฑ์ญี่ปุ่น

วันพุธ, ธันวาคม 02, 2552

ปี 2552 ปีทองของชีวิต


เมื่อวันที่ตัดสินใจรับราชการรับใช้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำได้วันนั้นคือวันที่ 1 กันยายน 2519 ได้เขียนในสมุดบันทึกว่า “เราจะตั้งใจรับราชการเป็นข้าราชการที่ดีซื่อสัตย์สุจริต ทำเพื่อประชาชนทุกคนไม่เลือกยากดีมีจนไปจนถึงวันเกษียณอายุราชการ” ตลอดเส้นทางการทำงานเริ่มจากตำแหน่ง อาจารย์ 1 อาจารย์ 2 สอนวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ นักเรียนระดับมัธยมต้น มัธยมปลาย สู่เส้นทางการบริหารจากหัวหน้าศูนย์ 1 หัวหน้าศูนย์ 2 ถึงผู้อำนวยการสถานศึกษา ความฝันที่แอบฝันตลอดมาคือ การได้รับการคัดเลือกไปดูงานต่างประเทศสักครั้งหนึ่ง หากโชคดีมีวาสนา ความฝันสุดท้ายคือได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย คือที่สุดของชีวิตการเป็นข้าราชการ
ปีนี้ 2552 เป็นปีทองของชีวิต ด้วยได้รับการคัดเลือกจากท่านเลขาธิการ กศน. (ท่านอภิชาติ จีระวุฒิ) ให้ไปศึกษาดูงานถึง 2 ครั้ง ในเดือนสิงหาคม ไปดูงานที่ประเทศออสเตรเลีย นครซิดนีย์ และ นครแคนเบอร่า และในเดือนธันวาคม ไปประเทศญี่ปุ่น นครโตเกียว เมืองโยโกฮามา และเมืองอาซาฮิกาว่า เมืองซับโปโร บนเกาะฮอกไกโด
จึงขอตอบแทนบุญคุณราชการโดยการเขียนหนังสือเพื่อมอบให้ห้องสมุดและแหล่งเรียนรู้ของ กศน. ทั่วประเทศ จำนวน 2 เล่ม
· เล่มแรก พิมพ์เดือนสิงหาคม 2552 ชื่อเรื่อง ธรรมชาติกลางฤดูฝน ณ อุทยานแห่งชาติตาพระยา มิถุนายน 2552
· เล่มที่สอง พิมพ์เดือนธันวาคม 2552 ชื่อเรื่อง บันทึกธรรมชาติเล่มแรก

วันอังคาร, ธันวาคม 01, 2552

บ่อน้ำพุร้อนที่ควนแคง


คำว่า “ควน” ในภาษาใต้แปลว่า “เนินเขา” คำว่า “แคง” แปลว่า “เอียง” คำว่า “ควนแคง” จึงหมายถึงเนินเขาเอียง ๆ บ่อน้ำพุร้อนที่ควนแคงเป็นสถานที่แห่งหนึ่งเป็นเขตอนุรักษ์อยู่ในจังหวัดตรัง สถานที่แห่งนี้มีบ่อน้ำพุร้อนอุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียสในบ่อน้ำพุมีสาหร่ายที่สามารถปรับตัวและเจริญงอกงามได้ในน้ำร้อนถึง 70 องศา เจ้าหน้าที่ ที่ดูแลบ่อน้ำพุร้อนให้บริการนักท่องเที่ยวโดยการทำห้องเล็กเป็นหลัง ๆ เพื่อการแช่น้ำพุร้อนโดยเก็บค่าบริการ คนละ 20 บาท แช่นานเท่าใดตามใจนักท่องเที่ยว ส่วนบริเวณที่ทำการมีนวดแผนโบราณไว้บริการชั่วโมงละ 150 บาท
บ่อน้ำพุร้อนที่ควนแคงนับเป็นแหล่ง “สปา”ธรรมชาติของประเทศซึ่งน่าปรับปรุงพัฒนาประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวางสู่สากล เพื่อรองรับการท่องเที่ยวการบำบัดของคนไทยและชาวต่างชาติ

การเรียนรู้ผ่านความห่วงใยและความเอื้ออาทร


เมื่อวันวาน อาสาสมัครอาวุโสญี่ปุ่นสามีภรรยาเดินมาเคาะประตูห้องถือซองพลาสติกใส่เงินเยน (เงินตระกูลญี่ปุ่น) มาพบและพูดคุยอธิบายถึงเงินราคาต่าง ๆ กันให้ดูโดยเริ่มตั้งแต่เหรียญ 1 , 5 , 10 , 50 , 500 เยน และแบงค์ 1000 เยน เหมือนบอกให้รู้ว่าเงินเยนมีราคาดังนี้นะ หลังจากฟังอาสาสมัครอธิบายแล้วจึงถามว่า “เงินเยนที่มีราคาสูงสุดคืน 1000 เยนใช่ไหม...เขาบอกว่า 10,000 เยน แต่ไม่ได้นำมา” เมื่ออธิบายเสร็จเขาสื่อสารว่า เงินเยนทั้งหมดยกให้ด้วยรู้ว่าจะไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นในกลางเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้
ชาวญี่ปุ่นมีวิธีสอนให้เรียนรู้โดยเฉพาะเรียนรู้เรื่องเงินซึ่งจะต้องนำไปใช้ในเวลาที่ใกล้ถึงนี้ผ่านความห่วงใยและความเอื้ออาทรนับเป็นวิธีการสอนที่สุดยอดจริง ๆ

เรื่องของเมฆ






มนุษย์เราตั้งแต่ดึกดำบรรพ์มา รู้จักเมฆเฝ้ามองเมฆและปรากฏการณ์ที่เกิดบนท้องฟ้า โดยมองด้วยมุมเงยคือมองจากพื้นดินขึ้นไป แน่นอนที่สุดว่ามุมมองในลักษณะเช่นนี้ ไม่สามารถมองเห็นส่วนที่ซ่อนเร้นของเมฆได้ มาปัจจุบันนี้ มนุษย์มียานพาหนะที่บินขึ้นไปเหนือฟ้าได้มุมมองในการมองเมฆจึงเป็นอีกมุมมองหนึ่ง
วันก่อนมีโอกาสเดินทางโดยเครื่องบินในประเทศจากสนามบินดอนเมืองไปจังหวัดตรัง ขณะที่เครื่องบิน บินในระดับความสูง 10,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล ภาพเมฆที่ปรากฏอยู่ด้านล่างเครื่องบินสวยงามมากเป็นเหมือนปุยฝ้ายสีขาวปนเทา เป็นคลื่นเหมือนท้องทะเลที่มีฟองละเอียด เป็นปุยเมฆที่เห็นเป็นผืนใหญ่นี่คือเมฆที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า “อัลโตคิวมูลลัส” เครื่องบิน บินเหนือเมฆไปได้ประมาณ 30 นาที นักบินพาเครื่องบิน บินผ่านขอบก้อนเมฆขนาดยักษ์สีขาวปนเทาสูงตระหง่าน เมฆชนิดนี้เป็นเมฆที่ทำให้เกิดฝนตกหนัก ฟ้าผ่า หิมะตกได้ ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า “เมฆคิวมูโลนิมบัส”
เมฆทั้งสองชนิดเกิดขึ้นต่อเนื่องและสัมพันธ์กันภาพทั้งสองภาพถ่ายจากหน้าต่างเครื่องบินฝั่งซ้ายดูแล้วสวยงามน่าประทับใจ

วันพฤหัสบดี, พฤศจิกายน 26, 2552

โบชิ(boshi)หมวกกระดาษของเด็กชาย



คุณ KAZUMI MANABE ภรรยาของอาสาสมัครอาวุโสจากญี่ปุ่น(คุณ MANABE) เป็นสตรีที่มีความตื่นตัว สดใส สนุกสนาน อารมณ์ดี ห่วงใย และบริการทุกคนที่อยู่ใกล้ตัวด้วยความใส่ใจ ยามว่างเธอหากระดาษมาสอนเด็กๆพับเป็น ของเล่น ของใช้ เป็นนก เป็นหมวก ดังในภาพ คุณ KAZUMI สอนเด็กพับหมวกที่เรียกว่า”โบชิ”เพื่อสวมใส่ “คาบูโตะ”เป็นหมวกของเด็กผู้ชาย เด็กๆที่มาเรียนพับกระดาษได้ความรู้และเพลิดเพลินกับกิจกรรมดีดี ขอขอบคุณ JICA ไว้ ณ โอกาสนี้

วันพุธ, พฤศจิกายน 25, 2552

อาสาสมัครญี่ปุ่นมีวิธีการเรียนรู้อย่างไร


ตุลาคม 52 - กันยายน 53 นับเป็นเวลาดีดีของชาวศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสระแก้ว ที่ได้รับความกรุณาจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) ส่งอาสาสมัครอาวุโส คุณ NORIAKI MANABE มาร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับบุคลากรศูนย์วิทย์ฯทุกคน และกับนักเรียน นักศึกษา ประชาชน ที่เข้าชมนิทรรศการวิทยาศาสตร์ในศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสระแก้ว

เวลาผ่านไปหนึ่งเดือน ได้เห็นกระบวนการเรียนรู้ของคุณ MANABE และภรรยา เป็นรูปแบบที่ควรทำและปฏิบัติตาม ดังนี้ การเรียนรู้ทุกเรื่องใช้วิธีพยายาม พูดเป็นคำ จดเป็นคำบันทึกภาพเรื่องที่จด เปิดพจนานุกรม ญี่ปุ่น - อังกฤษ - ไทย ทีละคำ ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นเวลา กิน,เที่ยว,หรือเวลางาน ถือว่ากระบวนการเรียนรู้ใช้วิธีบูรณาการทำไปพร้อมๆกับกิจกรรมในวิถีชีวิต นับเป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่ดี เป็นธรรมชาติและเกิดการเรียนรู้ได้เร็ว ในเวลาสั้น ๆ คุณ MANABE สามารถเข้าใจภาษาไทยและกิจกรรมต่างๆมากขึ้น ชนชาติที่เจริญแล้วพัฒนากระบวนการเรียนรู้ที่ได้ผลเพื่อการเรียนรู้ ฉะนั้นรูปแบบที่พบเห็นน่าจะมีประโยชน์ต่อเยาวชนคนไทยทุกคน

ไก่ฟ้าพญาลอเพศเมียที่ปางสีดา


ย่างเข้าสู่ฤดูหนาวปลายเดือนพฤศจิกายน มีโอกาสพาอาสาสมัครจากญี่ปุ่นไปศึกษาธรรมชาติ ณ อุทยานแห่งชาติปางสีดา เย็นวันนั้นเป็นวันอังคาร เป็นวันปลอดนักท่องเที่ยว (เสาร์-อาทิตย์ นักท่องเที่ยวมาก) จึงมีโอกาสพบเห็นสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น นกตบยุง นกกะปูด นกแซงแซวสีเทา นกแก๊ก แมวดาว งูเหลือมยาวกว่า 3 เมตร รวมทั้งผีเสื้อจำนวนมากหลากหลายชนิด แต่สิ่งที่น่าตื่นเต้นคือ ได้พบเห็นไก่ฟ้าพญาลอเพศเมีย ยืนรีรออยู่บนถนนที่รถวิ่งช้า ๆ และหยุดเพื่อถ่ายภาพ ได้ถามคุณประเสริฐ เจ้าหน้าที่สื่อความหมายของอุทยาแห่งชาติปางสีดาที่ไปด้วยกันว่า “ทำไมไก่ฟ้าพญาลอดูเชื่องจัง” คุณประเสริฐตอบว่า “ช่วงเวลาฤดูหนาวเป็นฤดูผสมพันธุ์สัตว์หลายชนิดหาคู่นะครับ”
ไก่ฟ้าพญาลอมีชื่อสามัญว่า Siamese Fireback ชื่อวิทยาศาสตร์ Lophura diardi หากดูชื่อสามัญแล้วแน่นอนที่สุดคือ ต้องพบครั้งแรกในประเทศไทยจึงมีชื่อขึ้นต้นด้วย Siamese ส่วนชื่อภาษาไทยว่า ไก่ฟ้าพญาลอ ต้องมีความสวยงามมากจึงตั้งชื่อให้เกี่ยวข้องกับวรรณคดีของไทยเรา รายละเอียดศึกษาเพิ่มเติมได้จากคู่มือดูนกหมอบุญส่ง เลขะกุล ในภาพเป็นไก่ฟ้าพญาลอเพศเมียถ่ายที่อุทยานแห่งชาติปางสีดา วันที่ 24 พฤศจิกายน 2552 เวลาประมาณ 17.00 น.

วันจันทร์, พฤศจิกายน 09, 2552

“หมอไม่เหมือนหมอ หมาไม่เหมือนหมา”


คุณตานิรันดร์ อายุ 73 ปีแล้ว มีอาชีพขับรถ ตุ๊ก ตุ๊ก สถานที่รับผู้โดยสารประจำทุกเช้า คือ หน้าโรงแรมตรัง เป็นโรงแรมเก่าที่เปิดบริการมากว่า 40 ปีแล้ว
เช้าของวันที่ 4 พฤศจิกายน มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณตานิรันดร์ ก่อนที่จะไปปฏิบัติภารกิจ คุณตานิรันดร์เล่าให้ฟังว่า “ผมเคยเป็นทหารอากาศไปสงครามเวียดนามไปรบอยู่ที่เมืองดานัง ปัจจุบันสุขภาพทั่วไปผมดีนะ ยกเว้น หู หูตึงไม่ค่อยได้ยิน หลังจากผมออกจากทหาร ผมขับรถบรรทุกมาตลอดกว่า 40 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้ผมเจ็บป่วยด้วยโรคหนึ่ง คือ โรคเลือดกำเดาไหล เป็นตลอดมาหลายปี รักษาโรงพยาบาลหลายแห่งจนท้อใจ ผมเคยจดบันทึกการไหลของเลือดกำเดา ผมมานับดูเฉลี่ยแล้วเหมือนกับไหลวันละครั้งนับเป็นปี ๆ ผมพยายามเล่าอาการให้หมอฟัง บางครั้งก็ถูกดุ หาว่าพูดมาก รู้มาก ผมอยากหายเพราะทุกข์ทรมาน ด้วยต้องขับรถส่งของระยะทางไกล ๆ มาวันหนึ่งผมตัดสินใจจะรักษากับหมอคนนี้เป็นคนสุดท้ายแล้ว ท่านชื่อ หมอชาญชัย ผมนำบันทึกที่ทำไว้มาให้คุณหมอ เล่ารายละเอียดให้ฟัง คุณหมอซักถามและฟังด้วยความตั้งใจและจดบันทึก คุณหมอปรึกษาวิธีการรักษาร่วมกับผม ท่านถามว่าผมยอมรับการรักษาด้วยวิธีที่คุณหมอจะทำหรือไม่ สุดท้ายท่านรักษาการไหลของเลือดกำเดาผมโดยการนำเยื่อบาง ๆ ไปปิดแผลในโพรงจมูก หลังจากนั้นผมหายจากโรคเลือดกำเดาไหลตลอดมา” ประโยคสุดท้ายคุณตานิรันดร์ทิ้งคำพูดว่า “ผมว่า หมอไม่เหมือนหมอ หมาไม่เหมือนหมา การรักษาขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่มีและการเป็นผู้ฟังที่ดี ผมโชคดีครับที่เจอหมอที่ดีเช่นหมอชาญชัยคนนี้”

วันพุธ, ตุลาคม 28, 2552

หมวกมรดกจากพ่อ


สิ่งที่เป็นความชอบและเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติตั้งแต่เด็กคือ..ชอบหมวก ถ้าเห็นแล้ว อยากได้ มีโอกาสซื้อจะซื้อโดยไม่ลังเล ในชีวิตจึงมีหมวกเสมอมา .....มาตรองดูแล้วว่าทำไมเราถึงชอบหมวก..ก่อนนี้ไม่เคยถามตนเอง หลังจากที่พ่อจากโลกไปแล้ว...จึงรู้ว่าที่ชอบหมวกเป็นเพราะพ่อสวมหมวกตลอดชีวิตของท่าน...หมวกจึงเป็นมรดกจากพ่อส่งผ่านเป็นกรรมพันธุ์สู่เราให้ระลึกถึงท่านตลอดไป

พู่ชมพู หรือ พู่นายพล


พู่ชมพู หรือ พู่นายพล เป็นไม้ประดับยืนต้นที่มีความสูงไม่เกิน 2 เมตร มีดอกเป็นพู่ ที่พบในประเทศไทยมีสี ชมพู แดง ขาว สีขาวและสีแดงค่อนข้างหายาก พู่ชมพูดอกเป็นพู่เหมือนไม่มีน้ำหวานที่จริงแล้วบริเวณแกนกลางดอกมีปล่องน้ำหวานเปิดอยู่ 2-3 ปล่อง เพื่อล่อนกและแมลงมาผสมเกสร...เราอาจพบนกกินปลีหรือนกกาฝากอยู่บริเวณต้นพู่ชมพูตลอดฤดูกาลบานดอก

วันจันทร์, ตุลาคม 26, 2552

ลมขยะ

ทุกปีกาลเวลาผ่านไป พอย่างเข้าสู่เดือนพฤศจิกายนลมเริ่มเปลี่ยนทิศเปลี่ยนทาง ลมพัดมาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือนำพาความหนาวเย็นสู่แผ่นดินไทย ลมหนาวนอกจากพาความเย็นยังพาความแห้งแล้งส่งผ่านสู่ผืนดิน ใบไม้ ต้นไม้ ให้รับรู้ว่าแต่นี้ต่อไปไม่มีฝนแล้ว ลมหนาวจึงเป็นลมที่บ่งบอกแห่งกาลเวลาอย่างแท้จริง..เดือนพฤศจิกายน ของปีนี้ ลมหนาวยังซื่อสัตย์พัดตรงเวลาเช่นเคยเพียงแต่ว่า ปี้นี้ไม่ได้พัดความหนาวเย็นและความแห้งแล้งเท่านั้น ลมหนาวยังพากลิ่นของขยะมาด้วย มาจากแดนที่ไกลห่างไปกว่าสามสิบกิโลเมตรจากอำเภอวัฒนานคร สู่ตัวจังหวัดสระแก้ว....ลมหนาวที่เคยพาความชุ่มฉ่ำจึงกลายเป็น"ลมขยะที่สระแก้ว"ไปได้ ด้วยน้ำมือมนุษย์เรานี่แหละ

ทำไมต้องปลูกต้นไม้ใหญ่..ปลูกแล้วได้อะไร


มีข้อสังเกตและการค้นพบความจริงบางอย่างเกี่ยวกับการปลูกต้นไม้และผลพวงที่เกิดขึ้นตามมา ซึ่งขอนำมาเล่าให้ฟังซักหนึ่งกรณี…
ณ ศูนย์การเรียนรู้รายบุคคล (Individual Learning Center) ที่อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก มีพื้นที่ประมาณ สิบสี่ไร่ จากพื้นที่นาล้วน ๆ ที่มีต้นไม้ใหญ่เพียง 3 -4 ต้น เจ้าของได้จัดการตามทฤษฎีใหม่ของในหลวงโดยขุดบ่อเก็บน้ำส่วนหนึ่ง นำดินมาปรับพื้นที่ ปลูกข้าวทำนา ทำสวนผลไม้บางส่วนเช่น มะม่วง มะยงชิด สะเดา และปลูกป่า เช่น ต้นกัลปพฤกษ์ พะยูง ยาง สัก ตะแบก ประดู่ป่า อินทนิล มะเม่า ไข่เน่า สิ่งที่สำคัญคือเจ้าของไม่ใช้สารเคมีใด ๆ ในพื้นที่ทั้งหมด
เวลาผ่านไปสิบปี สิ่งสังเกตที่พบเกิดขึ้นที่ต้นกัลปพฤกษ์ ซึ่งเป็นไม้ดอกประดับต้นสูงประมาณ 6 – 8 เมตร ออกดอกเป็นช่อสีชมพู ฤดูออกดอกคือฤดูหนาว บานทั้งต้นสวยงามมาก แต่ก่อนถึงฤดูออกดอกบริเวณลำต้นถูกแมลงเจาะเป็นรูมีน้ำหวานและสารเหลวไหลออกมา แมลงหลายชนิดได้กินเป็นอาหาร เช่น ตัวต่อ แมลงกว่าง ฯลฯ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน ดูแล้วมีความสุขยิ่งนัก การให้โอกาสกับสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น ทำให้เกิดผลพวงตามมาอีกมากมาย อย่างเช่นกรณีนี้ การปลูกต้นไม้ให้เติบโตตามธรรมชาติและไม่ใช้สารเคมี เกิดการต่อสู้ระหว่างต้นไม้กับแมลง ต้นไม้สามารถอยู่ได้ทำให้เกิดโอกาสการขยายพันธุ์ของแมลงบางอย่างซึ่งมีอาหารกิน ความเกี่ยวพันนี้ เหมือนดังคำของกวีซีไรท์ คุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ได้กล่าวไว้ว่า
“เพราะสิ่งนี้จึงมีสิ่งนี้อยู่
สิ่งหนึ่งสู่สิ่งหนึ่งถึงทุกสิ่ง
ธรรมชาติแวดล้อมพร้อมพึ่งพิง
สร้างความจริงสร้างชีวิตเป็นนิจมา”