วันจันทร์, เมษายน 05, 2553

นกจับแมลงคอแดง นกอพยพ





ต้นเดือนเมษายนแล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาการย้ายถิ่นกลับไปสู่ทวีปเอเชียตอนกลางและตอนเหนือแถบไซบีเรีย ของนกอพยพทั้งหลาย แต่ที่สวนประดู่ป่าแคมป์ จังหวัดนครนายกนกจับแมลงคอแดงยังเพลิดเพลินกับการหากินแมลงอยู่เลย เฝ้าสังเกตว่าเขาจะอพยพไปในวันไหน บางครั้งยังคาดหวังให้เขาอยู่ตลอดถึงปีถัดไป แต่คงเป็นเช่นนั้นไม่ได้ด้วยใกล้ฤดูผสมพันธุ์แล้ว ซึ่งดูจากการเปลี่ยนขนที่บริเวณใต้คางให้เป็นสีแดงส้มของนกจับแมลงคอแดงตัวผู้ จะอย่างไรเขาคงกลับไปทำรังวางไข่ในถิ่นเกิดของเขา
เหตุปัจจัยหนึ่งที่อาจทำให้นกอพยพไม่กลับไปถิ่นเกิด คือ ฤดูกาลที่เปลี่ยนไปเช่นปีนี้ (พ.ศ. 2552) เหตุการณ์วิกฤตที่เกิดกับโลก เช่น ภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินไหว พายุรุนแรง กระแสน้ำเปลี่ยนทิศ น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นอาจทำให้ฤดูกาลเปลี่ยน นกอพยพอาจเป็นนกประจำถิ่น นกประจำถิ่นอาจกลายเป็นนกอพยพได้เหมือนกันนะ

วันศุกร์, เมษายน 02, 2553

โพรงนกกะเต็นอกขาว

จากการสังเกต พบว่า พฤติกรรมในการทำรังของนกโดยรวมเปลี่ยนไป จากเมื่อก่อนนกหาที่ทำรังหรือทำโพรงในที่ห่างไกลผู้พบเห็น ปัจจุบันนกกลับมาทำรังทำโพรงใกล้ผู้คน สัญชาตญาณของนกคงเปลี่ยน อาจด้วยเหตุปัจจัยหลายอย่าง เช่น เดิมที่ทำรังทำโพรงห่างไกล เพราะถูกรบกวนจากมนุษย์โดยเฉพาะเด็กซุกซน ปัจจุบันเด็กมีของเล่นใหม่เป็นเกมส์คอมพิวเตอร์จึงไม่ได้ซุกซนกับนก แต่นกกลับถูกรบกวนโดยสัตว์ผู้ล่าเช่น งู กระรอก กระแต นกจึงกลับมาทำรังทำโพรงใกล้คน หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่านกอาศัยคนเป็นเครื่องกำบังภัย ดังตัวอย่าง นกกะเต็นอกขาวที่มาทำโพรงทำรังบริเวณฐานดิน ฐานการเรียนรู้ของศูนย์วิทยาศาสตร์ ซึ่งมีนักเรียนนักศึกษามาเรียนรู้อยู่เสมอ แต่เจ้ากะเต็นอกขาวก็สามารถขุดโพรงทำรัง วางไข่ถึง 4 ฟอง ไข่สีขาวมีลักษณะกลมรีเล็กน้อยขนาด กว้าง 2 ยาว 3 เซนติเมตร ฟักไข่เป็นตัวและเลี้ยงลูกได้ ความกลมกลืนการเปลี่ยนแปลงและความเป็นไปโดยธรรมชาติ น่าศึกษาเรียนรู้จริง ๆ
ข้อมูลทางวิชาการ โพรงรังกะเต็นอกขาวที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ มีขนาดโพรง กว้าง 6 เซนติเมตร สูง 10 เซนติเมตร เจาะโพรงห่างจากขอบดินบน 30 เซนติเมตร อยู่สูงจากพื้นดินล่าง 160 เซนติเมตร ลึกประมาณ 30 เซนติเมตร เป็นโพรงที่ตรงเข้าไปอย่างเดียว

วันพฤหัสบดี, เมษายน 01, 2553

นาเกลือกลไกทางเคมีธรรมชาติ





เมื่อประมาณ 40-50 ปี ที่ผ่านมา ใครก็ตามที่มีชีวิตอยู่ในเขตภาคเหนือของประเทศไทยเช่น จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แพร่ น่าน ลำปาง แม่ฮ่องสอน ย่อมพบเห็นหญิงผู้มีอายุกลางคนขึ้นไปเป็นคอพอก ลักษณะเป็นก้อนเนื้อขนาดใหญ่บริเวณลำคอ ขนาดเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง เป็นกันจำนวนไม่น้อยเลย สาธารณสุข สรุปว่าเป็นเพราะเขาขาดธาตุไอโอดิน ซึ่งมีอยู่ในเกลือทะเล ช่วงเวลานั้นการคมนาคมไม่สะดวก การขนส่งเกลือคงเป็นไปลำบาก ไม่ทั่วถึง ความโชคร้ายจึงเกิดขึ้นกับหญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่เป็นคอพอกเพราะขาดธาตุไอโอดิน
ปัจจุบันนี้เราไม่เห็นหญิงที่เป็นคอพอกเลย เพราะการคมนาคมขนส่งเกลือทะเลจากนาเกลือจังหวัดสมุทรสาครกระจายไปทั่วประเทศ ทุกครั้งที่เดินทางผ่านนาเกลือ รู้สึกขอบคุณชาวนาเกลือที่มีความวิริยะ อุตสาหะ ทดน้ำทะเลเข้าสู่นาเกลือ และใช้องค์ความรู้ทางเคมี โดยวิธีการธรรมชาติจากภูมิปัญญาบรรพบุรุษเปลี่ยนน้ำทะเลเป็นเกลือที่ขาวสะอาด เป็นกองเกลือ ที่อุดมไปด้วยธาตุไอโอดิน เป็นส่วนประกอบของอาหารรักษาอาการผิดปกติของหญิงผู้ได้ชื่อว่า แม่ ให้ปราศจากการเป็นคอพอกอีกต่อไป

บึงบอระเพ็ด Wetland



ความอลังการตามธรรมชาติของบึงบอระเพ็ด เขตพื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetland) ในจังหวัดนครสวรรค์ ที่จัดเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่สำคัญที่สุดของประเทศเป็นอย่างไร เราสามารถสัมผัสได้เมื่อนั่งเรือไปอยู่กลางบึงที่รายล้อมไปด้วยบัวหลวง บัวสายสีชมพูเข้มเต็มไปทั่วท้องน้ำ นกน้ำ นา ๆ ชนิดจนยากที่จะจดจำได้ ชนิดนี้ก็ไม่รู้จัก ชนิดนั้นเพิ่งพบเห็นครั้งแรก แยกแยะไม่ได้ในเวลาสั้น ๆ เลย คุณค่าของบึงบอระเพ็ด Wetland แห่งนี้จึงเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องนกน้ำ ทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ ที่มีคุณค่ามหาศาล นกบางชนิดแทบไม่พบเห็นในประเทศ แต่พบเห็นที่บึงบอระเพ็ดเป็นฝูง เช่น นกงูหรือนกอ้ายงั่ว เป็นต้น
เรามาช่วยกัน มาร่วมกัน รักบึงบอระเพ็ด Wetland กันเถอะ เพื่อลูกหลานของเราในอนาคตจะได้มีแหล่งศึกษาเรียนรู้ทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์ดังเดิมเช่นที่ผ่านมา

ต้นเฉาก๊วย


เฉาก๊วย เป็นภาษาจีน เฉา แปลว่า หญ้า ก๊วย แปลว่า ขนม รวมความ เฉาก๊วย จึงแปลว่า ขนมที่ทำจากหญ้า เฉาก๊วยมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทยนานแล้ว อาจนานพร้อม ๆ กับคนจีนที่มาสู่ดินแดนแหลมทองนั่นแหละ เฉาก๊วยที่มาจากเมืองจีนเป็นเหมือนหญ้าแห้งเป็นเถาเล็ก ๆ ยาวประมาณ 1 ฟุต ออกสีดำคล้ำ มัดมาเป็น มัด เป็นลักษณะที่เรารู้จักต้นเฉาก๊วย
สัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อนร่วมรุ่นวัยชรา (58 – 59 ปี) นัดพบเจอกันที่จังหวัดนครสวรรค์ ได้ขับรถแวะเข้าไปในปั้มน้ำมันแห่งหนึ่ง มีรถเข็นขายของ ขายเฉาก๊วย “ซากังราว” ยี่ห้อขึ้นชื่อ บนรถเข็นมีกระถางต้นเฉาก๊วย พร้อมป้ายกำกับว่า “ต้นเฉาก๊วยสด” จึงถ่ายภาพเก็บไว้ด้วยความสนใจและดีใจที่ได้เห็นต้นเฉาก๊วยเป็นครั้งแรกตอนอายุ 59 ปี กินเฉาก๊วยมาตั้งแต่จำความได้เพิ่งรู้จักต้น
ข้อมูลทางวิชาการ ต้นเฉาก๊วยเป็นพืชในวงศ์มิ้นท์ วงศ์เดียวกับ สะระแหน่ โหระพา แมงลัก ยี่หร่า ชื่อ วงศ์ Lamiaceae มีสรรพคุณแก้ร้อนในกระหายน้ำ
อ้างอิง http://th.wikipedia.org/wiki/

วันพฤหัสบดี, มีนาคม 18, 2553

วลีสุดท้าย"นั่งจิบน้ำชา นินทาเพื่อน"

เดือนมีนาคม 2553 ความร้อนระอุของสถานการณ์การเมือง เติมด้วยเหตุการณ์ไม่สงบของชายแดนใต้ จนเป็นเหตุให้เกิดคำกล่าวเป็นวลีสุดท้ายของนายตำรวจยศ พันตำรวจเอกท่านหนึ่งก่อนเสียชีวิต กล่าวด้วยความสุขด้วยวัยใกล้เกษียณว่า อยากพักผ่อน อยากกลับบ้าน นั่ง “จิบน้ำชา นินทาเพื่อน” ได้อยู่ใกล้ครอบครัว เกือบ 40 ปีแล้วที่พวกเราไม่ได้อยู่ใกล้กันเลย บัดนี้นายตำรวจท่านนั้น ได้พักผ่อนได้อยู่ใกล้ครอบครัวชั่วนิรันดรแล้ว เพียงแด่ไม่ได้จิบน้ำชานินทาเพื่อนเท่านั้นแหละ...เพื่อนเอย
พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี
นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา
คำประพันธ์ สมเด็จกรมพระยาปรมานุชิตชิโนรส

วันจันทร์, มีนาคม 15, 2553

แปรงสีฟัน





“แปรงสีฟัน” ในที่นี้เป็นชื่อกล้วยไม้ป่าตระกูลหวายชนิดหนึ่ง ชื่อเรียกอื่นเช่น เอื้องหงอนไก่ เอื้องคองูเห่า มีชื่อวิทยาศตร์ว่า Dendrobium secundum (Blume) Lindl. มีชื่อพ้อง Dendrobium bursigerum Lindl. เวลาออกดอกส่วนใหญ่จะทิ้งใบเหลือเพียงลำลูกกล้วยและออกดอกปลายสุดของลำลูกกล้วย ถ้ากล้วยไม้แปรงสีฟันโตเต็มที่ ลำลูกกล้วยยาวประมาณ 10 – 12 นิ้ว ส่วนของดอกเป็นเหมือนขนของแปรงสีฟัน ช่อดอกเกือบตั้งฉากกับลำลูกกล้วย โดยทั่วไปออกดอกเป็นสีชมพูอมม่วง เคยเห็นแปรงสีฟันออกดอกเป็นสีขาว แต่พบไม่บ่อยนัก ในช่วงเดือนมีนาคมใกล้เข้าฤดูแล้ง แปรงสีฟันชูช่ออวดความสวยงามให้เห็น
หากจินตนาการไปในอดีต ช่วงฤดูแล้งในป่า กล้วยไม้ที่ชื่อแปรงสีฟันยามบานดอกคงเป็นเหมือนผีเสื้อสีชมพูอมม่วง กระจายตามคาคบในไพรพฤกษ์อย่างน่าดูชม แปรงสีฟันในภาพ ถ่าย ณ สวนประดู่ป่า อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ข้อมูลบางส่วนอ้างอิง www.NanaGarden.com

วันศุกร์, มีนาคม 12, 2553

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษากับการตอบความสงสัยของชุมชน
















เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ชาวบ้านตำบลโคกปี่ฆ้อง อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว ได้นำชิ้นส่วนโครงกระดูกเก่าซึ่งงมขึ้นมาได้จากห้วยวังจั่น ประมาณสิบชิ้น มามอบให้ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ด้วยความสงสัยว่า กระดูกนั้นคืออะไร บางชิ้นมีลักษณะคล้ายฝ่ามือ จึงมีผู้คนนำไปกราบไหว้บูชา บางคนก็ไม่ยอมให้นำกระดูกเข้าบ้านเกรงว่ามีสิ่งชั่วร้ายแฝงอยู่ในกระดูกเหล่านั้น บางคนก็บอกว่าคล้ายชิ้นส่วนของไดโนเสาร์ เป็นส่วนครีบหลังของไดโนเสาร์ชนิดหนึ่ง เคยเห็นรูปปั้นอยู่ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ หลายคนสงสัย
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาจึงต้องทำหน้าที่ตอบโจทย์ความสงสัยให้กับชุมชน โดยเดินทางไปกับชาวบ้านโคกปี่ฆ้อง ณ จุดที่งมกระดูกขึ้นจากน้ำครั้งแรก เพื่อหาชิ้นส่วนกระดูกเพิ่มเติม ด้วยจำนวนกระดูกที่มีอยู่ยังตอบความสงสัยไม่ชัดเจนนัก แต่น้ำในห้วยวังจั่นสูงขึ้นทำให้ดำลงไปงมลำบาก จึงไม่พบชิ้นส่วนใดเพิ่มอีก เบื้องต้นต้องอธิบายตอบความสงสัยอย่างมีหลักการให้ชุมชน เพื่อให้เข้าใจถูกต้องไม่เกิดกระแสข่าวลือ โดยสืบค้นข้อมูลทาง Internet พร้อมพิมพ์ภาพที่สืบค้นมาได้ ให้ชาวบ้านได้ดูประกอบกับการสอบถามเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับกระดูกสัตว์ ได้สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นกระดูกส่วนฟันและรากฟันของช้างที่เสียชีวิตมานานในแหล่งน้ำนี้ อาจนานเป็นร้อยเป็นพันปี จึงมีลักษณะคล้ายหินปะปนกระดูกมาด้วย ศูนย์วิทยาศาสตร์ฯแจ้งชาวบ้านว่าจะนำกระดูกไปมอบให้นักโบราณคดี วินิจฉัยอีกครั้ง ผลเป็นอย่างไร จะนำมาเรียนให้ทราบในโอกาสต่อไป ข้อมูลเพิ่มเติมวันที่ 18 มีนาคม นักโบราณคดีได้ตรวจสอบและยืนยันว่าเป็นกระดูกกรามช้างตามที่สันนิษฐานไว้แต่ไม่สามารถบอกอายุได้เพราะต้องผ่านขั้นตอนที่ซับซ้อน
ชาวบ้านโคกปี่ฆ้องที่นำกระดูกมาให้ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาดูมีความสุขที่ได้รับคำตอบเบื้องต้นและรู้สึกภูมิใจที่ได้ทำความชัดเจนให้เกิดขึ้นในชุมชนของตน

วันพุธ, มีนาคม 10, 2553

เกาะผิดที่





มีสัตว์ทะเลชนิดหนึ่งมีชื่อเรียกว่า “เพรียง” เพรียงเป็นสัตว์ชนิดเดียวกับกุ้ง ปู แต่มีวิวัฒนาการแตกต่างไปจากกุ้งและปู คือการสร้างเปลือกด้วยสารพวกหินปูนคล้ายหอย ไว้ห่อหุ้มตัว อาศัยอยู่ริมชายฝั่งทะเลน้ำตื้น ในแง่การประมงแล้วเพรียงมีโทษมากกว่าประโยชน์ชาวประมงรังเกลียดเพรียง หากเพรียงเกาะท้องเรือเกาะก้อนหินแล้ว เปลือกเพรียงมีคมบาดเป็นแผลได้ ในทางชีววิทยาแล้ว เพรียงเป็นสัตว์ที่น่าศึกษาเรียนรู้ชนิดหนึ่งโดยเฉพาะในเรื่องวิวัฒนาการ การสร้างเปลือกด้วยสารพวกหินปูนซึ่งแตกต่างไปจากสัตว์ชนิดเดียวกัน
เพรียงไม่แยกแยะที่เกาะ บางครั้งเกาะขวด เกาะเศษวัสดุที่ปนเปื้อนไปในทะเล ทะเลเป็นแหล่งน้ำที่รักความสะอาด ทะเลจึงซัดสาดสิ่งปนเปื้อนขึ้นสู่ฝั่ง เรามักเห็นเพรียงเกาะอยู่ตามขวด ตามทุ่น อุปกรณ์การประมงที่ขาดหลุดอยู่ในทะเล และถูกคลื่นซัดสาดมาไว้บนหาดทรายเสมอ

คุณค่าของต้นไม้สู่คุณค่าของตอไม้




มนุษย์ทุกคนเมื่อได้รับการศึกษาต่างรู้ว่าคุณค่าของต้นไม้มีต่อมนุษย์อย่างอเนกอนันต์คุณค่าทางตรงคือ ให้ร่มเงา กำบังลมพายุ คายก๊าซออกซิเจนซึ่งจำเป็นต่อการหายใจของมนุษย์ เพียงสิ่งที่กล่าวก็มีคุณอย่างมหาศาลแล้ว ประโยชน์ทางอ้อมมนุษย์และสัตว์เมื่อหายใจนำเอาก๊าซออกซิเจนไปใช้ในการเผาผลาญของร่างกายแล้ว ต้องหายใจเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เหล่านี้ ก็ต้นไม้อีกนั่นแหละที่นำกลับไปใช้ในการสังเคราะห์แสงในเวลากลางวัน และเปลี่ยนเป็นก๊าซออกซิเจนให้มนุษย์และสัตว์ได้ใช้ ต้นไม้จึงสมควรได้รับการกราบไหว้บูชาจากมนุษย์ด้วยบุญคุณที่มองเห็น
บนเส้นทางจากอำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ไปยังอำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง มีตอไม้ขนาดใหญ่ เข้าใจว่าเป็นตอไม้ตะเคียนทองถูกตัดต้นไปนานเท่าใดไม่ทราบ เห็นเพียงตอไม้ไหม้ไฟอยู่ริมทางมา 20 กว่าปีแล้ว สองข้างทางเป็นไร่สับปะรดและยางพาราสุดหูสุดตา ยังแปลกใจทำไมมีตอไม้ใหญ่ขนาดนี้อยู่ เป็นไปได้อย่างไรที่ต้นไม้ใหญ่ขนาดนี้ไม่มีเพื่อนเลยหรือว่าบริเวณนี้เคยเป็นป่าขนาดใหญ่มาก่อน แต่เพื่อนๆคงถูกตัดจนไม่เหลือซาก เป็นคำถามที่ฉงนตลอดมา เวลาผ่านไป 20 ปีบัดนี้ จากตอไม้ธรรมดาปรากฏมีศาลเพียงตา มีดอกไม้พวงมาลัยซึ่งผู้คนนำมากราบไหว้บูชาเต็มตอไม้ตายต้นนี้
อะไรเกิดขึ้น คุณค่าของต้นไม้ขณะมีชีวิตควรได้รับการกราบไหว้บูชา กลับเป็นว่ามีคุณค่าตอนเป็นตอไม้ให้มนุษย์ที่ขาดที่พึ่งทางใจได้กราบไหว้ขอโชคขอพร สรุปอีกครั้งว่าคุณค่าใดๆที่ส่งผลตรงต่อการมีชีวิตอยู่ของผู้คน ยังสู้คุณค่าที่เยียวยาความอ่อนแอทางจิตใจไม่ได้เลย

วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 26, 2553

โพรงนกโพรงดิน












ธรรมชาติการทำรังของนกในบ้านเรา อาจแยกได้เป็นสองประเภท ประเภทแรก นกทำรังบนต้นไม้ซึ่งมีสองแบบคือสร้างรังบนกิ่งไม้สูงบ้าง ต่ำบ้าง ตามอัธยาศัยของนกแต่ละชนิด เช่นนกเขาชอบทำรังต่ำใกล้พื้นดิน ส่วนเหยี่ยวชอบทำรังสูง ๆ บนยอดไม้ อีกกลุ่มคือทำรังในโพรงต้นไม้ อาจเป็นโพรงไม้ตามธรรมชาติ เช่นนกเงือก หรือสร้างโพรงขึ้นมาใหม่ เช่น นกตีทอง นกโพระดก ใช้ปากเจาะต้นไม้เป็นโพรงเพื่อทำรัง ประเภทที่สองคือนกที่ทำรังบนดิน มีทั้งที่ใช้พื้นดินเป็นรังเลยไม่ตกแต่งใด ๆ เช่น นกกระแตแต้แว้ด นกบางชนิดก็หาเศษหญ้าใบไม้มาทำเป็นรังบนพื้นดิน แต่มีนกบางชนิดเช่น นกจาบคา นกกะเต็น ทำรังโดยการขุดโพรงดิน มีโพรงหลอก โพรงจริง โพรงดินที่นกทั้งสองชนิดนี้ทำรังต้องเป็นบริเวณที่พื้นผิวดินมีความชันถึง 90 องศา นกทั้งสองชนิดนี้ชอบมาก เพราะรังจะมีความปลอดภัยจากศัตรูของมัน
ที่ฐานเรียนรู้ “ฐานดินเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ขุดหลุมดินเพื่อให้นักศึกษา ศึกษาชั้นของดิน เวลาผ่านไป เจ้านกกะเต็นอกขาวยึดทรัพย์เสียแล้ว มาขุดบริเวณขอบของหลุมดินเพื่อทำรังวางไข่ไว้จำนวน 4 ฟอง ฐานดินเลยผนวกเป็นฐานนกกะเต็นอกขาวไปพร้อม ดีเหมือนกันเรียนรู้แบบบูรณาการเป็นวิธีการเรียนรู้อีกรูปแบบหนึ่ง

วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 22, 2553

น้ำตกปางสีดา เมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2553























อุทยานแห่งชาติปางสีดา ตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว จุดเด่นของอุทยานแห่งชาติแห่งนี้คือแหล่งดูและศึกษาผีเสื้อ ถือว่าเป็นอุทยานที่มีผีเสื้อชุกชุมรองจากอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเท่านั้น





























































































































































































































































วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 19, 2553

ค่ายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม







“กิจกรรมค่าย” เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่มีความเข้มข้น กระชับ ในช่วงเวลาที่จำกัดทีมงานที่จัดกิจกรรมค่ายได้มีประสิทธิภาพเป็นกลุ่มคนที่มีการวางแผนการดำเนินกิจกรรมอย่างดียิ่ง อาจกล่าวได้ว่ามีการวางแผนทุกช่วงเวลา เป็นนาที เป็นชั่วโมง เป็นหนึ่งวัน เป็นสองวันเป็นสามวันสองคืน ทุกช่วงเวลาไม่มีช่องว่าง รอยโหว่ให้ผู้เข้าค่ายได้เฉื่อยชา ทุกอย่างดำเนินไปจนหมดเวลาของกิจกรรมค่าย ผลลัพธ์ของกิจกรรมค่ายตอบสนองออกมาจากสายตาของทุกคนที่ผ่านกระบวนการเรียนรู้ มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความภาคภูมิใจในองค์ความรู้ที่ได้รับ กล้าคิด กล้าแสดงออก การแสดงภาวะผู้นำ ภาวะผู้ตามที่ดี การมีมนุษย์สัมพันธ์ ความเอื้ออาทร สุดท้ายเป็นรอยยิ้มของมิตรภาพเมื่อต้องจากกัน เพื่อไปทำหน้าที่ของตน นี่แหละคุณค่าของ “กิจกรรมค่าย”

วันพฤหัสบดี, กุมภาพันธ์ 18, 2553

ทางตัน





ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนคือปัจจัยสี่ ซึ่งประกอบด้วย อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค รวมถึงปัจจัยเสริม คือความสนุกสนานทางอารมณ์ เช่น การแสดง การร้องรำทำเพลง กีฬาและการแข่งขัน อนุสรณ์ที่ยืนยันว่ามนุษย์ชอบการแสดงและการกีฬาคือโคลิเซียม เป็นสนามกีฬาที่จุผู้คนได้หลายหมื่นคนเพื่อชมการต่อสู้ระหว่างนักรบที่เรียกว่ากลาดิเอเตอร์ หรือระหว่างนักรบกับสัตว์ดุร้ายเป็นอนุสรณ์อยู่ที่กรุงโรมประเทศอิตาลีมาหลายพันปีแล้ว
ปัจจุบันมนุษย์เกือบทั่วโลกมีสนามกีฬาชนิดหนึ่งซึ่งไม่ใช่สิ่งปลูกสร้างใหญ่โตอะไร แต่เป็นสนามกีฬาที่ใช้พื้นที่มากนับเป็นพันไร่ต่อหนึ่งสนาม และสนามกีฬาประเภทนี้สอดแทรกอยู่ในป่าในธรรมชาติที่สวยงาม สนามกีฬาชนิดนั้นคือ “สนามกอล์ฟ” สนามกอล์ฟเป็นสนามกีฬาที่ใช้น้ำมาก ใช้สารเคมีในการกำจัดแมลงและวัชพืชมาก สนามกอล์ฟจึงเป็นปฏิปักษ์กับนักอนุรักษ์ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมตลอดมา
การต่อสู้ระหว่างนักอนุรักษ์ธรรมชาติและกิจการสนามกอล์ฟไม่มีวันจบ ด้วยเหตุปัจจัยดังต่อไปนี้ ประการแรกความสนุกทางการกีฬาเป็นความต้องการของมนุษย์ ประการที่สองมีบุคคลที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับสนามกอล์ฟมาก เช่นเจ้าของสนาม เจ้าของผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์เครื่องเล่น ผู้เล่น แคดดี้ สื่อประชาสัมพันธ์รายการโทรทัศน์
สรุปว่า ให้รอต่อไปเมื่อขาดน้ำสนามกอล์ฟจะกลับคืนเป็นทุ่งหญ้าอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก็ยังดีที่ไม่มีสิ่งปลูกสร้างให้รื้อถอน

วันพุธ, กุมภาพันธ์ 17, 2553

การนั่งห้างส่องสัตว์ครั้งแรก








วันนี้ทั้งวัน (15 กุมภาพันธ์) อุณหภูมิที่อุทยานแห่งชาติตาพระยาสูงเป็นพิเศษ อากาศอบอ้าว พอใกล้ค่ำอากาศเย็นลง เจ้าหน้าที่อุทยานมาชวนว่า “อาจารย์ครับไปส่องกระทิงกันไหม เผื่อว่าอาจารย์อาจได้ถ่ายภาพกระทิงสวยๆ” ไปที่ไหนล่ะ ที่ห้างส่องสัตว์บริเวณรอบ ๆ ห้างส่องสัตว์มีหญ้าระบัด(งอกใหม่) ซึ่งเกิดจากการชิงเผาของเจ้าหน้าที่อุทยานเพื่อเป็นอาหารของสัตว์กินพืช งอกเต็มพื้นที่
คณะเรานำรถไปจอดไว้ห่างจากห้างและเดินขึ้นไปอยู่บนห้างส่องสัตว์สูงประมาณ 15 เมตร เวลาเกือบมืด ไปกันเพียงสี่คนเท่านั้น เพราะต้องการความเงียบ บนห้างส่องสัตว์มองกว้างเป็นพาโนรามาทั้งสามด้านเห็นได้ไกลกว่าสี่ร้อยเมตร พวกเราจดจ่อจ่องไปคนละด้านทุกคนเงียบชนิดได้ยินเสียงหายใจของตัวเอง ใกล้มืดเสียงไก่ป่าขันแต่ไกล ด้านโน้น ด้านนี้ นกหัวขวานเจาะกิ่งไม้ดังระรัว โพระดกร้อง “กลัวตก กลัวตก” ก้องป่า กะปูด กาเหว่า กระแตแต้แว้ด เจ้าขุนทอง ส่งเสียงสดใสอยู่ไกล ๆ เริ่มโพล้เพล้ ขณะที่ทุกอย่างใกล้ความจริง เสียงหนึ่งก็ดังคำรามกึกก้อง เสียงฟ้าร้องเสียงฝนดังต่อเนื่อง ฝนโปรยปรายไปทั่วทุ่งหญ้าระบัด เจ้าหน้าที่อุทยานหันมายิ้มแล้วพูดว่า” อาจารย์ไม่ต้องเสียใจนะครับที่ไม่เจอกระทิง อาจารย์เป็นผู้นำฝนมาให้อุทยานแห่งชาติตาพระยาซึ่งแห้งแล้งมาเป็นเดือนแล้วครับ”.... โอ เค เป็นวิธีให้กำลังใจพอใช้ได้

เถาวัลย์น้ำ




ถาวัลย์เป็นพรรณไม้เลื้อยชนิดหนึ่งเกาะเกี่ยวพันกับต้นไม้ทั่วไป ซึ่งสามารถพบเห็นได้ในป่าโดยเฉพาะป่าดิบ ไม่ว่าจะเป็นป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา ถ้าไปพบในป่าภาคเหนือ คนเหนือ เรียกเถาวัลย์ว่า เครือเขา ถ้าเป็นเถาวัลย์น้ำก็เรียกเครือเขาน้ำ
เถาวัลย์น้ำเป็นเถาวัลย์ชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นเถากลมอ่อนอวบน้ำ มีรูพรุนอยู่ในเถา เก็บน้ำอยู่ข้างใน พบทั่วไปในป่า เถาวัลย์น้ำมีประโยชน์สำหรับนักเดินป่าที่หลงป่าและขาดน้ำ วิธีรักษาชีวิตต้องอาศัยเถาวัลย์น้ำปะทังความกระหาย วิธีการดื่มน้ำจากเถาวัลย์น้ำ เจ้าหน้าที่อุทยานได้สาธิตดังนี้ ตัดเถาวัลย์น้ำยาวประมาณหนึ่งเมตรตัดให้เป็นปากฉลามทั้งโคนและปลาย ชูด้านปลายให้สูงไว้น้ำจะค่อย ๆ ไหล มาตามปากฉลามส่วนโคน หากน้ำหยุดไหลก็ตัดปากฉลามด้านบนให้สั้นลงมาอีก ทำเช่นนี้จนกว่าน้ำจะหมด เถาวัลย์น้ำยาวหนึ่งเมตรอาจได้น้ำประมาณหนึ่งในสามของแก้วกาแฟ พอปะทังชีวิตของนักผจญภัยที่มีหัวใจรักป่าได้
ขอขอบคุณ คุณเกษม คงตะเคียน,คุณพนม เวชการ,คุณประวิทย์ แก้วประโคน ผู้สาธิตเรื่องเถาวัลย์น้ำ

วันอังคาร, กุมภาพันธ์ 16, 2553

การปรับตัวเพื่อการดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์





เมื่อเดือนมิถุนายนซึ่งเป็นกลางฤดูฝนของปีที่แล้ว ได้มาศึกษาธรรมชาติความเป็นไปของอุทยานแห่งชาติตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ได้บันทึกสิ่งที่พบเห็นไว้ เรื่องหนึ่งคือ “บัวบา” บัวบาเป็นบัวชนิดหนึ่ง ใบกลมขนาดเท่าจานรองแก้ว ดอกมีสีขาวเกสรเหลือง ขนาดประมาณเหรียญห้าบาท.....ปีนี้ย้อนกลับเข้าไปศึกษาอุทยานแห่งชาติตาพระยาอีกครั้ง แต่เป็นช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ อากาศกลางวันร้อนอบอ้าว อุณหภูมิวัดได้ประมาณ 34 องศาเซลเซียส น้ำในบึงบัวบาแห่งเดิมแห้งเกือบหมด บัวบายังมีชีวิตอยู่ออกดอกเหมือนเดิมเพียงแต่ว่าดอกสีขาวเกสรเหลืองของบัวบามีขนาดเล็กลงเท่ากับเหรียญยี่สิบห้าสตางค์ และใบมีขนาดเหรียญห้าบาทเท่านั้น ช่างน่าชื่นชมบัวบาที่สามารถปรับตัวเปลี่ยนขนาดได้ในช่วงเวลาเพียงหนึ่งฝนเพื่อการดำรงเผ่าพันธุ์ไว้ มนุษย์เราคงไม่มีความสามารถเช่นบัวบาหากเกิดวิกฤตปัญหาสิ่งแวดล้อมเสียไปแบบฉับพลัน มนุษย์ทุกผู้คนต้องจากโลกนี้ไปพร้อมกัน ไม่เหลือเผ่าพันธุ์ไว้อีกเลย เราควรตระหนักถึงสมดุลธรรมชาติสิ่งแวดล้อมไว้ตั้งแต่ ณ บัดนี้เถิด

เดินป่าศึกษาธรรมชาติ ณ อุทยานแห่งชาติตาพระยา







วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ ณ อุทยานแห่งชาติตาพระยาอากาศค่อนข้างร้อน คณะศึกษาสำรวจธรรมชาติอุทยานประกอบด้วย เจ้าหน้าที่อุทยานจำนวน 3 คน เป็นคณะนำทาง บุคลากรศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาจำนวน 4 คน อาสาสมัครอาวุโสสองสามีภรรยาจากประเทศญี่ปุ่นร่วมศึกษาสำรวจ การสำรวจคือการเดินป่าศึกษาสิ่งที่พบเห็น ผลของการศึกษาสำรวจพบสัตว์ป่าไม่มาก นกที่พบเป็นเหยี่ยวรุ้ง เหยี่ยวนกเขา พบกระรอกขาวที่ถูกเหยี่ยวจิกกินเหลือซากส่วนหัวและกระเพาะอาหารทิ้งไว้ ส่วนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมพบชะมดข้างลาย และรอยกระทิงเป็นรอยเก่า รอยที่พบใหม่ ๆ เป็นรอยหมูป่าลงไปกินน้ำบริเวณน้ำซับ
สำหรับกิ้งกือกระสุนพระอินทร์และแมงมุมที่เคยพบอยู่เป็นจำนวนมากในช่วงเดือนมิถุนายนของปีที่แล้วไม่พบเลย
สรุปว่าทุกช่วงเวลาในรอบปี ธรรมชาติมีการปรับเปลี่ยนทั้งพืชและสัตว์ปรับตัว ตามอุณหภูมิ ความชื้น ปริมาณน้ำฝนซึ่งมีผลต่อห่วงโซ่อาหารในการดำรงชีวิต

วันพฤหัสบดี, กุมภาพันธ์ 11, 2553

สัญชาตญาณไก่ป่า




วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ อากาศที่อุทยานแห่งชาติปางสีดาในยามเย็นไม่เย็นเท่าใด หากเป็นวันทำงานปกติอุทยานค่อนข้างเงียบ อาจพบเจอสัตว์ได้ง่าย เช่นเย็นวันนี้ พอใกล้มืด พบไก่ป่าขันก้องกังวาน บินขึ้นไปนอนบนต้นไม้ โดยบินขยับสูงขึ้นเป็นระยะ พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไป ยามค่ำคืนความเงียบปกคลุม เสียงหริ่งเรไรดังแทรกความเงียบเป็นระยะๆทั้งคืน เวลาตีสี่ครึ่งผู้เขียนและเพื่อนตื่นมารับอากาศบริสุทธิ์ พอเราตื่นไก่ป่าที่พบในตอนเย็นขันเสียงดังทันที และมีเสียงไก่ป่าในที่ห่างไกลขันตอบอีก 2-3 ตัวในทิศทางที่ต่างกัน เพื่อนที่มาด้วยเป็นนักชีววิทยาที่ชอบเลี้ยงไก่เป็นชีวิตจิตใจ เล่าว่า “ที่บ้านข้าเลี้ยงไก่ป่าตุ้มหูขาวพันธุ์อุทยานแห่งชาติเขาสอยดาวไว้ตัวหนึ่ง กลางคืนพอข้าตื่นจะเข้าห้องน้ำเพียงขยับตัวมันขันเสียงก้องทุกครั้ง แปลกดีว่ะ ข้าว่ามันเป็นสัญชาตญาณระวังไพรของไก่ป่านะ เมื่อเกิดความผิดปกติที่ไก่ป่ารับรู้ได้ มันก็ขันเลย” สัญชาตญาณระวังไพรเป็นสิ่งที่ดี ที่จริงแล้วสัญชาตญาณชนิดนี้เคยมีอยู่ในมนุษย์มาแต่ดึกดำบรรพ์ ปัจจุบันมนุษย์ขาดการระวังภัยต่อเหตุการณ์ที่มากระทบกับตน จึงทำให้มนุษย์เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเสมอๆ

วันพุธ, กุมภาพันธ์ 10, 2553

ริ้วรอยชีวิตของพ่อ แม่



การเดินทางไปราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนครั้งนี้ ตลอดเส้นทางที่คดโค้งสูงต่ำอยู่บนสันเขาอยู่บนภูเขา คนขับรถก็ทำหน้าที่ของเขาไป ผู้เขียนอยู่ในภวังค์ความคิดย้อนไป 50 ปี ที่ผ่านมา เส้นทางที่กำลังเดินทางเส้นนี้ เป็นหยาดเหงื่อแรงกายของพ่อซึ่งเป็นหน่วยบุกเบิกการสร้างทางของกรมทางหลวงแผ่นดิน พ่อทำงานอยู่ในป่าเขานับเป็น 10 ปี เพื่อแลกเงินเดือนรายได้ประจำส่งให้ลูก ๆ ทั้งหกคนได้รับการศึกษา บัดนี้พ่อจากพวกเราไปแล้ว เส้นทางที่พ่อสร้างทำให้ผู้คนนับแสน นับล้านได้ใช้เดินทางคงเป็นบุญส่งให้พ่อสู่สรวงสวรรค์ เมื่อเสร็จภารกิจแวะไปเยี่ยมแม่ที่จังหวัดลำปาง หญิงเหล็กที่เลี้ยงลูกทั้งหก แม่ค้าขายเป็นรายได้อีกทางช่วยพ่อ ลูกได้เรียน ได้กินอิ่ม แม่ส่งให้ลูกเรียนจนจบโดยไม่เป็นหนี้สิน แม่ในวัย 80 กว่าปี ยังมีรอยยิ้ม และริ้วรอยชีวิตปรากฏในดวงตาของท่านอยากบอกว่า “รักแม่คิดถึงพ่อจังเลย”

วันอังคาร, กุมภาพันธ์ 09, 2553

สายน้ำกับความคิด











ตีสี่ ของเช้าวันที่ 30 มกราคม ริมน้ำแม่แจ่ม ณ อุทยานแห่งชาติออบหลวง ยังไม่สว่าง แต่รอบบริเวณ สว่างด้วยแสงจันทร์ พระจันทร์กำลังจะลับเหลี่ยมเขา เมื่อคืนนอนฟังเสียงน้ำไหลจนหลับไป น้ำไหลไปไหนหนอ พัดพาอะไรไป สิ่งที่พัดพาไปล้วนแล้วแต่ปฏิกูลทั้งสิ้นใช่ไหม น้ำไม่เคยไหลย้อนกลับ สิ่งที่ไหลไปกับน้ำจึงสะสมรวมกันอยู่ที่ที่หนึ่ง ที่ตรงนั้นคงไม่ใช่ที่ที่พึงปรารถนา ถ้าเปรียบสิ่งที่ไหลไปกับน้ำเป็นความชั่ว อาจกล่าวได้ว่าความชั่วทำง่ายเกิดง่าย ไม่ต้องฝืนอะไรอยู่เฉยๆ ความชั่วก็มักมาหาและพาเราไป ความชั่วทวีขึ้น เพิ่มขึ้นตามกาลเวลา และความดีละ ความดีเหมือนกับสิ่งที่พยายามทวนกระแสน้ำใช่ไหม ต้องออกแรง ต้องอดทน ต้องพยายาม และมีเป้าหมาย ดังเช่นคนที่พายเรือทวนน้ำเพื่อไปสู่เป้าหมายความสำเร็จ ฉะนั้น สรุปว่า ทำความดีต้องอดทน ต้องออกแรงกระทำ มีความเพียร มีเป้าหมาย ความชั่วไม่ต้องทำก็ยังมีสิ่งมาเกาะเกี่ยวพัดพาไปดังปฏิกูลที่ไปตามสายน้ำ ฉันนั้น

อุทยานแห่งชาติออบหลวง















“ออบหลวง” ถูกประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 68 ของประเทศ ออบหลวงเป็นภาษาท้องถิ่นภาคเหนือ ออบ แปลว่า แคบ หลวง แปลว่า ใหญ่ ฉะนั้น ออบหลวงจึงแปลว่า ช่องแคบใหญ่ ช่องแคบทั่ว ๆ ไปมักมีน้ำไหลผ่าน ที่ออบหลวงก็เช่นกัน ช่องหน้าผาสูงชันกว่า 30 เมตร มีน้ำแม่แจ่มไหลผ่านกลางส่วนที่แคบที่สุดห่างกันเพียง 2 เมตรเท่านั้น เมื่อทำสะพานข้ามช่องแคบนี้จึงดูแล้วท้าทายตื่นเต้นและสวยงามไปพร้อมในตัวของมัน อุทยานแห่งชาติออบหลวงอยู่ห่างจากอำเภอฮอดประมาณ 15 กิโลเมตร บนเส้นทางหมายเลข 106 เส้นทางจากอำเภอฮอดไปอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน อุทยานแห่งชาติออบหลวงอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 360 เมตร
ช่วงกลางฤดูหนาวปลายเดือนมกราคมน้ำแม่แจ่มยังไหลส่งเสียงดัง เจ้าหน้าที่อุทยานยังคงปักป้ายห้ามลงเล่นน้ำ แต่สามารถกางเต็นท์นอนริมน้ำแม่แจ่มได้อย่างปลอดภัย
ถ้าถามว่าความโดดเด่นของอุทยานแห่งชาติออบหลวงคืออะไร อาจสรุปเป็นวลีสั้น ๆ ว่า เดินทางบนเส้นทางคดโค้ง ป่าโปร่งผลัดใบ ฟังเสียงน้ำไหลกึกก้อง ท้องฟ้าใสสีคราม ข้ามเหวตื่นตา เดินป่าสบายๆมีไผ่ให้เรียนรู้
ข้อสังเกต เมื่อยืนอยู่ริมน้ำแม่แจ่มที่อุทยานแห่งชาติออบหลวงซ้ายมือ เรียกปากออบ ถ้าจะดูออบหลวงต้องเดินไปทางขวามือประมาณ 150 เมตร ซึ่งมีขนาดสูงกว่า สวยกว่าปากออบด้วย