วันอังคาร, กุมภาพันธ์ 17, 2552

ชะมวงกวางกับหม้อข้าวหม้อแกงลิง



เดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ มีโอกาสไปศึกษาต้นไม้ พรรณไม้ที่สวนพฤกษศาสตร์สากลภาคใต้ (ทุ่งค่าย) อำเภอเมือง จังหวัดตรัง เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติแม้จะเป็นช่วงปลายฤดูหนาวใบไม้ร่วงแต่ที่ทุ่งค่ายยังมีเสน่ห์ของต้นไม้ใหญ่ ๆ เช่น เคี่ยม มังตาน ไม้เล็กเช่น ระกำ ลุมพี และชะมวงกวาง รวมไปถึง หม้อข้าวหม้อแกงลิง ซึ่งชอบพื้นที่ป่าพรุ จากต้นไม้ที่พบ แสดงว่าทุ่งค่ายเป็นพื้นที่ป่า 2 ประเภทคือ ป่าดิบ และป่าพรุอยู่ด้วยกัน เดินศึกษาธรรมชาติไปถึงบริเวณหอคอยเหล็กสูง ๆ เชื่อมต่อกันด้วยสริงมีทางเดินเป็นแผ่นเหล็ก ความสูงตั้งแต่ 10-30 เมตร เดินขึ้นไปศึกษาทีละชั้น สวยงามมากความรู้สึกเมื่อเราได้เดินอยู่บนยอดไม้มุมมองเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงเป็นมุมมองที่ฝรั่งเรียก “Bird Eye View” จินตนาการและความคิดก็เปลี่ยนไปด้วย
เมื่อกลับออกมาบริเวณทางเข้าสวนพฤกษศาสตร์ได้พบผู้รู้ท่านหนึ่งชื่อ คุณมาโนช วงษ์สุรีย์รัตน์ ท่านอธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างต้นไม้ 2 ชนิด คือ ต้นชะมวงกวาง และต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง ความว่า “ต้นชะมวงกวางเป็นไม้ลำต้นตรง ปลวกไม่กิน ชาวบ้านชอบตัดไปทำรั้ว ทำกรงไก่ กรงเป็ด ชะมวงกวางมันตายกับความดีของมันนั่นแหละ ผมพยายามศึกษาเพื่อขยายพันธุ์ กลับพบความสัมพันธ์ระหว่างชะมวงกวางกับต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง มีความสัมพันธ์อย่างมาก ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงอิงแอบชะมวงกวางและเจริญเติบโตได้ดีหากขาดชะมวงกวางหม้อข้าวหม้อแกงลิงจะเฉาไม่เติบโต ผมกำลังศึกษาลึกๆ อีกต่อไปครับ”
สรุปว่า ยังมีคนดีดี... ที่ใส่ใจศึกษาถึงความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตบนโลกเรา เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปเปิดโอกาสให้สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นดำรงเผ่าพันธุ์เป็นเพื่อนร่วมโลกอยู่กับมนุษย์ตลอดไป

วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2552

ฤๅกาเหว่าจะสูญพันธุ์

หากใครก็ตามถูกเรียกว่า “ผู้สูงอายุ” จะคุ้นเคยกับเพลงของนักร้องยุคเก่า ที่ชื่อ “ทูล ทองใจ” เนื้อเพลงท่อนหนึ่งว่า “เสียงดุเหว่าแว่วมาเหมือนเตือนให้สองเราผวาจากกัน ..”คนโบราณเรียกนกกาเหว่าว่า “ดุเหว่า” เป็นเวลากว่าหนึ่งปีที่ผ่านมาได้เฝ้ามองพฤติกรรมของนกต่าง ๆ ในสวนซึ่งมีเนื้อที่กว่า 13 ไร่ เช่น นกเอี้ยงสาริกา นกกิ้งโครง นกกาเหว่า ว่าเขาอยู่และสัมพันธ์กันอย่างไร ประเด็นที่พบและน่าสนใจคือ ในหนึ่งปี มีลูกนกกาเหว่าเกิดในสวน 2 ชุด จำนวน 4 ตัว ชุดแรกเป็นตัวผู้ 1 ตัว (สีดำ) ตัวเมีย 1 ตัว (สีน้ำตาลดำ) และชุดที่ 2 ก็เหมือนชุดแรก พฤติกรรมของพ่อแม่กาเหว่าในฤดูผสมพันธุ์มีตัวผู้หลายตัวบินไล่ตามตัวเมียเพื่อผสมพันธุ์ ตัวเมียบินโฉบไปมา จากนั้นตัวเมียมักเกาะซุ่มซ่อนอยู่ตามต้นไม้ใกล้บริเวณ ที่นกเอี้ยงสาริกา หรือนกกิ้งโครงทำรังอยู่ พฤติกรรมต่อมาเห็นไม่ชัดเข้าใจว่าคงไปแอบไข่ในรังนกทั้ง 2 ชนิดที่กล่าวมา ภาพปรากฏอีกระยะหนึ่ง คือนกกิ้งโครงเลี้ยงลูกกาเหว่าตัวโต สอนให้บิน โดยมีพ่อและแม่ที่แท้จริงของกาเหว่ามาอยู่ใกล้ ๆนกกิ้งโครงพยายามเลี้ยงลูกคิดว่าเป็นลูกตน สุดท้ายพ่อแม่กาเหว่าก็พาลูกกาเหว่าทั้งสองชุด จากไป ธรรมชาติสร้างความประหลาดความฉงน ให้มนุษย์เสมอมีคำถามมากมาย เกี่ยวกับกาเหว่า เช่น
· ทำไมแม่กาเหว่าไม่ฟักไข่เองอะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัย
· หากขาดนกอื่นฟักไข่ให้กาเหว่าจะสูญพันธุ์หรือไม่ หรือกาเหว่าจะปรับพฤติกรรมไปอย่างไร
· ในความเป็นจริงของธรรมชาติแล้วทุกอย่างจะเกาะเกี่ยวสัมพันธ์เชื่อมโยงกันหรือไม่
ช่างมันเถอะฟังเพลงกล่อมลูกดีกว่านะ “เจ้ากาเหว่าเอย... ไข่ไว้ในรังให้แม่กาฟัก... แม่กาก็หลงรักคิดว่าลูกในอุทร... คาบเอาข้าวมาเผื่อคาบเอาเหยื่อมาป้อน...ถนอมไว้ในรังนอนป้อนเหยื่อให้ลูกกิน…..”

วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 06, 2552

ช้างเผือกในฝัน



นาฬิกาบอกเวลาตีสามสามสิบสามนาที เสียงกาเหว่าร้องดังมาแต่ไกล ตื่นมาพร้อมความฝันที่เป็นสุข...เป็นความฝันที่กลัวๆกล้าๆ เพราะฝันว่าได้มีโอกาสร่วมดูแลช้างเผือกของในหลวงช้างหนึ่ง ยังเป็นช้างเด็กมีความซุกซน ทำอะไรได้บ้างแต่ยังไม่เก่ง ขี้เล่น สนุกกับการทำกิจกรรมที่ผู้ดูแลให้ทำ ความที่เราเป็นคนกลัวช้างมาแต่เด็ก ในฝันก็เหมือนจริงคือกลัวๆกล้าๆ เมื่อตื่นขึ้นรู้สึกสนุกกับฝันดี... เพราะอยู่กับช้าง อยู่กับป่า อยู่กับน้ำตก ที่สวยงามด้วย
เช้าวันนี้ต้องเตรียมตัว เตรียมอุปกรณ์เดินทางไปราชการ ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อเป็นวิทยากรให้ความรู้กับครู กศน.ของจังหวัดฉะเชิงเทรา เรื่อง เทคนิคการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน และร่วมทีมวิทยากรนักสืบสายน้ำให้ความรู้กับนักศึกษา กศน. อบต. ในกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว….
เรื่องทั้งหมด ขอสรุปว่า คงคิดถึงงานมาก ความฝันและความจริงเกิดบูรณาการกัน ตัวเองจะต้องเดินทางเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขาอ่างฤาไน ซึ่งมีช้างจำนวนมาก.... เลยเก็บมาฝันเป็นเรื่องราวไปถึงช้างเผือกแน่ะ... อันที่จริงแล้ว “แม้ฝันก็ถือเป็นฝันแบบมีชั้นเชิง เพราะเป็นฝันที่มีจินตนาการใช่ไหม”

วันพฤหัสบดี, กุมภาพันธ์ 05, 2552

Designer


ดีไซน์เนอร์ (Designer) หากแปลเป็นภาษาไทย หมายถึง นักออกแบบ นักคิดค้น นักวางแผน หรือนักสร้างสรรค์ทำนองนั้น อาชีพทุกอาชีพจำเป็นต้องมี Designer จึงทำให้อาชีพนั้น ๆ มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาให้ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลา ตัวอย่างเช่นอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้า อาชีพตัดผม ล้วนแล้วแต่มี Designer คอยสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ ให้วงการเสมอ ๆ
อาชีพนักการศึกษาเป็นอาชีพหนึ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีนักคิดค้น นักออกแบบ กิจกรรมการเรียนรู้ ซึ่งภาษาทางการศึกษาเรียกว่า “นวัตกรรมการเรียนรู้ ” เหตุด้วยโลกเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มีองค์ความรู้ใหม่ๆ เกิดขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงนั้น วงการศึกษาจึงต้องประยุกต์ บูรณาการปรับแต่งวิธีการเรียนรู้ กระบวนการเรียนรู้ให้เหมาะสมกลมกลืน ที่สำคัญการออกแบบต้องเข้าใจง่าย นำไปใช้ให้เกิดผลได้จริง เรียนรู้ได้จริงเป็นรูปธรรม ความยากง่ายให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายการเรียนรู้ก็จะเป็นธรรมชาติ ทุกคนมีความสุขกับการเรียนรู้นั้น
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ได้ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชนเป็นรูปแบบง่าย ๆ สอดคล้องกับบริบทชุมชน เช่น กิจกรรมนักสืบสายน้ำ เน้นการดูแลสายน้ำ (สายเลือด สายชีวิต) โดยการศึกษาจากตัวชี้วัดความสะอาดจากชีวมวลที่มีอยู่ในน้ำได้แก่ หนอนน้ำ หอยเจดีย์ เป็นต้น หรือกิจกรรมนักสืบชายหาดเน้นการดูแลชายหาดริมทะเลโดยดูจากซากสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏอยู่บนชายหาดในช่วงเวลาน้ำลงต่ำสุด เป็นต้น
การออกแบบการเรียนรู้หรือการเป็น Designer จึงจำเป็นที่ควรมีอยู่ในหัวใจนักการศึกษาทุกคน เพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของชาติให้ดียิ่งขึ้น ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

วันศุกร์, มกราคม 30, 2552

ใต้เงาพระมหาธาตุเจดีย์ นภเมทนีดล


ปีนี้เป็นปีฉลู พุทธศักราชสองพันห้าร้อยห้าสิบสอง นับเป็นปีที่ปิติสุขปีหนึ่ง เหตุด้วยมีโอกาสเดินทางไปราชการภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ และห้วงเวลาสั้นๆได้เดินทางขึ้นไปบนยอดดอย อินทนนท์ที่สูงสุดในสยาม ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 2,142 เมตร เวลาประมาณสิบหกนาฬิกาสามสิบนาที ของวันที่สิบสี่ เดือนมกราคม อุณหภูมิบนยอดดอยอินทนนท์ บอก 4 องศาเซลเซียส อากาศหนาวเย็น ฟ้าสดใสมาก เสียงนกหลากหลายชนิด ร้องดังสอดประสานกัน ดูสงบ ร่มรื่น เยือกเย็น ออกเดินช้าๆขึ้นไปบนพระมหาธาตุเจดีย์ นภเมทนีดล ซึ่งเป็นพระมหาธาตุเจดีย์ที่กองทัพอากาศไทย สร้างถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในวโรกาสที่ทรงพระเจริญพระชนมพรรษา ๖๐ พรรษา เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๐ และทรงพระราชทานนามว่า “ พระมหาเจดีย์นภเมทนีดล” มีความหมายว่า “เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ยิ่งใหญ่เพียงฟ้าจดดิน” เมื่อก้าวเข้าไปในพระมหาธาตุเจดีย์ ความเย็นแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย เป็นความปิติอย่างบอกไม่ถูก กราบพระมหาเจดีย์เสร็จเดินไปรอบๆ เห็นเงาพระมหาธาตุเจดีย์ทอดทับไปบนหมู่ต้นไม้ทั้งเล็กใหญ่ ให้เกิดสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์มีต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างถ้วนทั่ว พนมมือตั้งจิตอธิษฐานหากมีบุญวาสนาขอให้เกิดมาเป็นคนไทย เพื่อเป็นข้าผู้รับใช้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตลอดไป

วันพฤหัสบดี, มกราคม 29, 2552

ผลกาแฟ ต้นกาแฟ ที่ดอยปุยจังหวัดเชียงใหม่


มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือระบุว่าเครื่องดื่มที่คนทั่วโลกดื่มกันมากที่สุดคือ “กาแฟ” ลองมาวิเคราะห์ดูว่าทำไมประชากรทั่วโลกจึงชอบดื่มกาแฟ ถ้าเราสังเกตคนดื่มกาแฟ จะพบลักษณะการดื่มดังต่อไปนี้ บางคนชอบดื่มกาแฟแก้วโต ๆ ไม่ใส่ครีมไม่ใส่น้ำตาล บางคนชอบดื่มกาแฟใส่น้ำตาลอย่างเดียว บางคนชอบใส่ครีมเยอะ ๆ น้ำตาลเยอะ ๆ บางคนชอบดื่มกาแฟใส่นม บางคนก็ชอบดื่มกาแฟใส่โสม คนทั่วโลกทุกคนที่ดื่มกาแฟสามารถปรับรสชาติกาแฟตามความต้องการของตน อาจเพราะเหตุนี้แหละจึงทำให้มีคนดื่มเครื่องดื่มกาแฟกันมาก และคนทั่วโลกยังชอบดื่มกาแฟ 2 พันธุ์ คือ พันธุ์อาราบิก้า (ARABICA) และพันธุ์โรบัสต้า (ROBUSTA) เป็นส่วนใหญ่อีกด้วย
ที่ดอยปุยจังหวัดเชียงใหม่ ชาวเขาปลูกกาแฟไว้ตามเชิงเขาลดหลั่นกันดูสวยงาม เมื่อเข้าไปชมใกล้ ๆ จะเห็นความงามของผลกาแฟซึ่งสุกไม่พร้อมกันเริ่มจากสีเขียว สีเหลืองไปเป็นสีแดง และแดงเข้มอมม่วง ในไร่กาแฟสุกมีนกปรอดหลากหลายชนิดส่งเสียงร้องบินไป บินมา เต็มไปหมด เมื่อถามชาวเขาว่ากาแฟที่ปลูกที่ดอยปุยเป็นพันธุ์อะไร เขาบอกว่าพันธุ์ อาราบิก้า พันธุ์นี้จะมีกลิ่นหอมและชอบเจริญเติบโตในพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลจึงปลูกได้ดีทางภาคเหนือ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ส่วนอีกพันธุ์หนึ่งคือ พันธุ์ โรบัสต้า มีความเข้มข้นของกาแฟสูงชอบเจริญเติบโตในพื้นที่ฝนชุก จึงปลูกในแถบจังหวัด สุราษฎร์ธานี ชุมพร เป็นต้น สรุปว่า คอกาแฟไม่ว่าจะปรุงแต่งด้วยส่วนผสมอย่างไร กาแฟต้องขอเป็น อาราบิก้าและโรบัสต้าผสมกัน เพื่อให้ได้ความหอมละมุนและรสชาติเข้มข้นคละเคล้ากันเป็นสุดยอดกาแฟสุนทรีย์ของคนทั่วโลก

นกตีทองและนกโพระดกกับลูกไทรสุกที่ศูนย์วิทย์สระแก้ว


“ไทร” มีลักษณะพิเศษเฉพาะต้นคือไทรแต่ละต้นผลสุกไม่พร้อมกัน ด้วยเหตุนี้ไทรจึงได้ชื่อว่า “นักบุญแห่งป่า” คือเป็นแหล่งอาหารของสัตว์หลายชนิด เช่น นกต่าง ๆ กระรอก ลิง ชะมด รวมถึง เก้ง กวาง ที่เก็บกินลูกไทรหล่นบนพื้นดิน สัตว์จะรู้ว่าไทร ต้นไหนสุกเมื่อใด เขาจึงกำหนดแหล่งอาหารได้ตลอดปี
ในศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสระแก้ว มีต้นไทรต้นหนึ่งเริ่มสุกเมื่อวันกองทัพไทยคือ วันที่ 25 มกราคม และจะสุกต่อไปจนกว่าจะหมดต้น แม้ว่าไทรต้นนี้อยู่ในชุมชน ไทรทั้งต้นยังเต็มไปด้วยนกนา ๆ พันธุ์ เช่น นกตีทอง นกโพระดก นกปรอดสวน นกปรอดโอ่ง นกกาเหว่า นกจาบคาก็มาร่วมด้วย (ที่จริงนกจาบคากินแมลงเป็นอาหาร)
การมีต้นไม้ไว้ในบ้าน ในสวน ในที่ทำงาน นอกจากประโยชน์โดยตรงที่ได้รับจากความร่มรื่น และอากาศที่บริสุทธิ์ ที่เกิดจากการสงเคราะห์แสงแล้ว ประโยชน์ทางอ้อม อาจเป็นเช่นไทรในศูนย์วิทย์ฯ ต้นนี้ คือเป็นแหล่งอาหารให้สัตว์ยังชีวิตไว้เพื่อเป็นเพื่อนร่วมโลกกับเราตลอดไป

วันอังคาร, มกราคม 06, 2552

"แย้"ที่ห้วยขาแข้ง


แย้ เป็นสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่ง ตัวขนาดเท่ากิ้งก่า ต่างจากกิ้งก่าที่แย้ชอบอยู่อาศัยและหากินบนพื้นดิน ที่พักพิงของแย้ เรียกว่า “รูแย้” แย้ขุดรูและทำรูหนีภัยไว้ด้วย ในอดีต 20-30 ปี ที่ผ่านมา ในภาคเหนือ ภาคอีสานและภาคตะวันตก เช่น กาญจนบุรี อุทัยธานี เกมส์การล่าและผู้ถูกล่า ระหว่างคนกับแย้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แย้จึงเป็นสัตว์ระวังภัยสูง วิ่งเร็วมาก เมื่อคนไล่แย้ลงรู ถ้าหารูหนีภัยไม่พบ แย้ก็จะหนีไปได้อีก
ปัจจุบัน แย้ เหลือน้อยจึงมีการอนุรักษ์และการนำมาเลี้ยงเป็นฟาร์มบ้าง ทำให้ความปราดเปรียวของแย้ รวมถึงการระวังภัยเปลี่ยนไป หากมีโอกาสได้ไปเยี่ยมเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ จะพบเห็นแย้รับแขก เดินอุ้ยอ้ายหน้าที่ทำการ ตัวโตอ้วน อวดโฉมเป็นดาราให้ถ่ายภาพ หล่อ ๆ ทุกวัน สรุปว่า “โลกแห่งการท่องเที่ยว มีอิทธิพลต่อสัตว์เลื้อยคลาน เช่น แย้ด้วยเหมือนกันแฮะ"

วันจันทร์, มกราคม 05, 2552

สักกระหม่อม


ในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆเกือบทั่วประเทศที่มีชาวต่างชาติมาเยี่ยมเยือนเรามักพบเห็นธุรกิจชนิดหนึ่งที่ได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวอย่างดีคือธุรกิจการสักตามร่างกาย และที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ก็เป็นเช่นนั้น ภาพที่เห็นชาวต่างชาตินั่งให้สักตามหลังบ้าง โคนแขนบ้าง ต้นคอบ้าง เป็นภาพคุ้นเคย การสักมีรูปแบบและสีสันที่สวยงาม การสักคงเจ็บเพราะเห็นมีเลือดขึ้นเป็นจุดๆแดงเต็มรูปที่สัก ผู้สักมีความอดทนไม่มีใครบ่นเลย อาจเป็นเพราะมองเห็นผลลัพธ์กับภาพที่สวยงามที่จะปรากฏบนเรือนร่างตนจึงทนเอา...ความหมายของการสักในปัจจุบันต่างจากอดีตโดยสิ้นเชิง ปัจจุบันสักเพื่อความสวยงาม ลงสีสันอาจเป็น แดง ดำ น้ำเงิน เขียวหรือสีอื่น ในอดีตการสักใช้สีดำอมเขียวสักเป็น อักขระ ยันต์หรือรูปสัตว์เช่น เสือ พญานาค เพื่อแสดงถึงอำนาจและการอยู่ยงคงกระพัน(ฟัน แทง ไม่เข้า)และการสักอีกแบบหนึ่งไม่มีสีสันเรียกว่า การสักน้ำมันสักด้วยจุดประสงค์เดียวกันคืออยู่ยงคงกระพัน .........ในภาคเหนือของไทย(อดีต)มีการสักเล็กๆที่พ่อแม่พาลูกชายไปให้เจ้าพ่อซึ่งเป็นคนทรงสักน้ำมันให้บนกระหม่อมเพื่อต้องการให้ลูกเรียนเก่งเมื่อเติบใหญ่จะได้รับราชการเพื่อรับใช้แผ่นดิน....เรายังจำได้เมื่ออายุ ๙-๑๐ ขวบแม่พาไปสักกระหม่อม..ด้วยแรงปรารถนาของแม่จึงทำให้เรารับใช้แผ่นดินมาถึงทุกวันนี้

วันจันทร์, ธันวาคม 15, 2551

กะเต็นปักหลัก(Pied Kingfisher)


วันนี้ (๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๑) เวลาประมาณบ่ายโมงครึ่ง ขณะที่ทีมงานสำรวจแหล่งน้ำฝายน้ำล้นท่ามะตูมคลองพระปรง อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว เพื่อทำกิจกรรมนักสืบสายน้ำในวันที่ ๑๙ ธันวาคม ที่จะถึง ณ บริเวณกระแสน้ำที่ตกจากฝายเป็นฝอยกระจายภาพที่พบคือเจ้ากะเต็นปักหลักสีดำขาวกำลังบินหยุดนิ่ง และดิ่งตัวลงไปในกระแสน้ำ เพื่อจับปลา เป็นภาพที่สวยงามและยากที่จะได้พบเห็น เจ้ากะเต็นปักหลักตัวนี้ดิ่งลงจับปลาอยู่ 3 ครั้ง เป็นภาพที่ประทับใจยิ่งนัก
เคยมีข้อมูลจากนักดูนกว่า พบกะเต็นปักหลักที่คลองพระปรง จังหวัดสระแก้ว วันนี้ปรากฏเจ้ากะเต็นปักหลักจริง ๆ ดูทั้งปราดเปรียว สง่าสวยงามเหมือนเครื่องบินรบที่พุ่งจู่โจมข้าศึก
กะเต็นปักหลักเป็นนกกินปลาอยู่ในตระกูล Kingfisher แล้วเราคงได้พบกันอีกเพื่อบันทึกภาพให้ได้ วันนี้ดูภาพสถานที่พบก่อนก็แล้วกันนะ

สะพานไม้แห่งการเรียนรู้ป่าชายเลน


พื้นที่บริเวณด้านหลังองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี มีการจัดสร้างสะพานไม้เป็นทางเดิน เพื่อเข้าไปศึกษาเรียนรู้ป่าชายเลน สะพานไม้ที่เดินศึกษามีความยาว ประมาณ 2 กิโลเมตร จากการสังเกตป่าชายเลน แห่งนี้มีต้นแสมขาวอยู่ประมาณเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของป่ามีการปลูกป่าเพิ่มเติมเป็นป่าโกงกางบ้าง เมื่อเดินตามสะพานไม้ไปครบรอบมีข้อคิดเห็นในใจหลายเรื่อง เช่น ป่าชายเลนแห่งนี้น่าจะเป็นแหล่งศึกษาต้นแสมขาวโดยเฉพาะได้อย่างลึกซึ้ง พบสัตว์หลายชนิดได้แก่ กุ้งขัน ปลาตีน งู นกยางโทน นกกินเปี้ยว นกกาเหว่า โดยเฉพาะนกกินเปี้ยวถือว่าพบหนาแน่นเป็นแหล่งศึกษาได้ สัตว์ทุกชนิดไม่มีข้อมูลศึกษาเลยนับเป็นสิ่งน่าเสียดาย มีประชาชนบางคนได้ใช้สะพานไม้เป็นที่ออกกำลังกายโดยการวิ่ง ความแข็งแรงของสะพานไม้อาจลดลง ประเด็นที่สำคัญและมองข้ามไม่ได้คือ การมีประตูน้ำเปิดผ่านป่าชายเลนทำให้เกิดร่องน้ำ ผลคือต้นแสมขาวสองฝั่งล้มลงเป็นจำนวนหลายต้น เหตุของการล้มเพราะป่าเกิดช่องว่างต้นไม้ไม่สามารถเกาะเกี่ยวผูกพันกัน

สรุปว่าป่าชายเลนรากตื้นเป็นป่าอยู่ได้เพราะการเกาะเกี่ยวผูกผันทั้งรากและลำต้น เหมือนคนในชุมชนอยู่ได้ด้วยความสามัคคีทั้งความคิดจิตใจ และการกระทำ

"พูพอน"ต้นพระเจ้าห้าพระองค์ที่เขาสอยดาว


“พูพอน” เป็นวิวัฒนาการของรากต้นไม้ที่ปรับตัว โดยปกติแล้วต้นไม้ใหญ่ต้องหยั่งรากให้ลึกลงไปในดินเพื่อการยึดลำต้น แต่ในภูมิประเทศบางแห่งมีชั้นของดินตื้นใต้ดินเป็นขั้นของหินต้นไม้ใหญ่ไม่สามารถหยั่งรากลงลึกได้ ต้นไม้จึงต้องแผ่รากให้เป็นปีกสูงๆอยู่บนดินเพื่อยึดลำต้น อาการเช่นนี้นักพฤกษศาสตร์เรียกว่า “พูพอน”

หากเราเดินป่า ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เส้นทางดงติ้ว – มอสิงโตจะพบพูพอนขนาดใหญ่อาจถึงสิบคนโอบ แต่เป็น“พูพอนของต้นสมพง” เมื่อเคาะพูพอนจะเกิดเสียงดังกังวานไปไกล คนเดินป่าสมัยก่อนใช้การเคาะพูพอนเพื่อการสื่อสารถึงกลุ่มพวกเมื่อเกิดหลงป่า แต่ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี กลับพบ“พูพอนของต้นพระเจ้าห้าพระองค์”ขนาดใหญ่สวยงามดูเป็นปีกที่บางกว่าต้นสมพง ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลป่าให้ข้อมูลว่า ถ้าเดินขึ้นไปบนเขาสอยดาวที่สูงขึ้นอีกจะพบพูพอนของต้นพระเจ้าห้าพระองค์ที่มีขนาดใหญ่มากอาจถึงยี่สิบคนโอบ

ในโอกาสต่อไปถ้ามีเวลาคงได้มาเยือน พูพอนยักษ์ของต้นพระเจ้าห้าพระองค์ที่เขาสอยดาวอีกครั้ง

บรรพบุรุษของต้นแสมขาว


ที่ศูนย์ศึกษาพัฒนาอ่าวคุ้งกระแบน อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ซึ่งอยู่ในโครงการพระราชดำริใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นสถานที่ให้ประชาชนได้ศึกษา เรื่องป่าลายเลน โดยจัดเป็นทางเดินไม้เข้าไปในบริเวณป่าชายเลนระยะทาง 1600 เมตร ในป่ามีทั้งต้นแสม ต้นโกงกาง ต้นลำพู ที่ โดดเด่นคงเป็นต้นแสมขาวที่มีอายุยืนยาวที่สุดในบริเวณนี้ โดยเชื่อว่ามีอายุยืนกว่า 200 ปี ต้นแสมขาวต้นนี้จึงถูกขนานนามว่า “ ปู่แสมขาว” เมื่อได้เห็นต้นไม้ต้นโตๆ มีอายุมากๆ รู้สึกมีความสุข ดูเหมือนโลกนี้ยังมีความหวังอยู่ โลกนี้ยังอุดมสมบูรณ์อยู่ ในขณะเดียวกันก็แอบคิดในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ว่า “ ถ้าต้นไม้พูดได้น่าจะดีนะ โดยเฉพาะต้นปู่แสมขาวต้นนี้ จะได้ถามท่านถึงเรื่องราวในประวัติศาสตร์ครั้ง พ.ศ. 2310 ในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชว่า ท่านกอบกู้เอกราชเช่นไร จึงทำให้ประเทศเป็นเอกราชเช่นทุกวันนี้”

เจ้างาขาว


“ เจ้างาขาว” ไม่ได้เป็นชื่อของช้าง แต่ เป็นชื่อของวัวตัวหนึ่ง ซึ่งเจ้าของเขาตั้งให้เนื่องจากความผิดปกติของเขาสีขาวที่ยาวมากๆ เจ้างาขาวเป็นวัวหนุ่มสีแดงเพลิงทั้งตัวรูปร่างสง่าสวยงาม

จากการพูดคุยกับเจ้าของบ้านบันเทิงรีสอร์ท ที่อยู่ใกล้ๆอ่าวคุ้งกระเบนอำเภอท่าใหม่
จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเลี้ยงเจ้างาขาวไว้บอกว่าเจ้างาขาวเป็นของน้องชายซื้อมาจากทางภาคอีสาน ในราคาห้าแสนบาท น่าจะเป็นวัวลูกผสมแต่ไม่รู้ว่าลูกผสมพันธุ์อะไร บ้างครั้งก็ดุเหมือนกันถ้าขังนานๆ เลี้ยงไว้กับฝูงวัวตัวเมียมีการผสมพันธุ์บ้าง แต่ลูกที่ได้ก็ไม่เหมือนเจ้างาขาวเลย

มีข้อมูลน้อยแต่แปลกดีนะ คิดเอาเองว่าน่าจะเป็นลูกผสมวัวแดง ซึ่งเป็นสัตว์ป่าเพราะดูแข็งแรง สง่างาม

วันอังคาร, ธันวาคม 09, 2551

บ่อเกลือโบราณ




ที่อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่านมีบ่อเกลือสินเธาว์หรือบ่อเกลือภูเขา ซึ่งชาวอำเภอบ่อเกลือมีความภาคภูมิใจและเชื่อว่าบ่อเกลือของเขาเป็นบ่อเกลือสินเธาว์ภูเขาแห่งเดียวในโลก
บ่อเกลือแห่งนี้มีความเป็นมาที่ยาวนานเนื่องจากเกลือมีความสำคัญต่อมนุษย์ อย่างยิ่ง ในอดีตเกลือเคยเป็นปัจจัยหนึ่งที่ก่อเหตุแห่งการแย่งชิง (เอกสารแผ่นพับสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบ่อเกลือ) ปัจจุบันบ่อเกลือกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของจังหวัดน่าน หากได้ไปเยี่ยมชมการทำเกลือสินเธาว์ที่อำเภอบ่อเกลือ จะพบกับมัคคุเทศก์น้อย ๆ คอยแนะนำการทำเกลือว่ามีขั้นตอนอย่างไร เราจะได้ยินคำเชิญชวนจากมัคคุเทศก์น้อยเหล่านี้ว่า “ชิมเกลือของเราหน่อยเกลือของเราหวานนะ” แล้วตักเกลือจากขอบกระทะที่ต้มมาให้ชิม
ความรู้ที่ได้จากแหล่งเรียนรู้ผนวกกับความน่ารักของเด็ก ๆ ทำให้หายเหนื่อยจากการเดินทางที่คดโค้งไปบนยอดดอยได้เหมือนกัน

ช่างเงิน..เม็ดเงิน..ทำเครื่องประดับเงิน


คุณ นำชัย จารุศิลากุล เป็นช่างเงินที่ทำเครื่องประดับด้วยเงิน อยู่ที่บ้าน ป่ากลาง อำเภอปัว จังหวัดน่าน เครื่องประดับ เช่น แหวน สร้อยคอ กำไร ต่างหู ทุกชิ้นสวยงามมีศิลปะในการออกแบบอย่างน่าทึ่ง จากการได้พูดคุยกับคุณนำชัย ทำให้ทราบว่าที่บ้านป่ากลางมีการรวมกลุ่มกันทำเครื่องเงินทุกขั้นตอน โดยเริ่มแปรรูปจากเม็ดเงินเล็กๆ ขนาดเท่าหัวไม้ขีดไฟ นำมาทำเป็นแผ่นบ้าง เป็นเส้นเพื่อถักเป็นสร้อยบ้าง ทำทุกขั้นตอนจนเป็นเครื่องประดับที่สวยงามเพื่อจำหน่ายที่บ้านป่ากลาง และส่งไปจำหน่ายตามใบสั่งของลูกค้าทั่วประเทศ
ก่อนจากกันได้ถามคุณนำชัยด้วยความสงสัยว่า “ ชาวบ้านป่ากลางดูธรรมดาๆ แต่ทำไมทำเครื่องเงินได้สวยงามและทันสมัยจริงๆ” คุณนำชัยยิ้มแล้วตอบว่า “พวกเราได้รับการฝึกฝนจากศูนย์ศิลปชีพในสมเด็จพระราชินีนาถส่วนหนึ่ง ผนวกกับทุนความรู้ดั่งเดิมที่เคยทำเครื่องเงินจากบรรพบุรุษมา จึงทำให้เป็นวันนี้ครับ”

หลวงพ่อกับต้นดิกเดียม


คำว่า “ดิกเดียม” เป็นภาษาของคนในภาคเหนือโดยเฉพาะชาวจังหวัดน่าน ซึ่งแปลว่า “จักจี้” ฉะนั้น ต้นดิกเดียมที่จะเขียนจึงหมายถึงต้นจักจี้ ต้นจักจี้เป็นเช่นไร ต้นจักจี้อยู่ที่ไหน

ต้นดิกเดียม ต้นนี้อยู่ที่วัดปรางค์ อำเภอปัว จังหวัดน่าน เมื่อต้นดิกเดียมอยู่ในวัดแน่นอนที่สุดบุคคลที่จะให้ข้อมูลได้ดีก็ต้องเป็นหลวงพ่อนั้นแหละ วันนั้นคณะของพวกเราได้ยืนฟังหลวงพ่อบรรยายถึงต้นดิกเดียม พร้อมทั้งสาธิตการลูบไปตามต้นดิกเดียม ผลปรากฏคือต้นดิกเดียมสั่นสะท้านจนใบไหว นับเป็นเรื่องที่แปลกมากถึงปฏิกิริยาของต้นไม้ที่มีต่อการลูบเบาๆของหลวงพ่อ เมื่อหลวงพ่อสาธิตให้ดูแล้ว พวกเราทุกคนต่างทดลองลูบต้นดิกเดียมดูบ้าง ผลปรากฏการสั่นสะท้านของต้นดิกเดียมที่ทุกคนลูบแตกต่างกัน บางคนสั่นมาก บางคนสั่นน้อย ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นยังคงต้องพิสูจน์ทดลองอีกต่อไป

สิ่งที่ได้พบเห็นเรื่องนี้น่าศึกษาวิจัยเป็นอย่างยิ่งทั้งด้านวิทยาศาสตร์และด้านศาสนา

วันจันทร์, ธันวาคม 08, 2551

ท่องเที่ยวพันภู...ดูเมืองน่าน


นักท่องเที่ยวมักกล่าวว่า “จังหวัดต่าง ๆ ในประเทศไทยในเรื่องการท่องเที่ยวแล้วมีจุดเด่นของแต่ละจังหวัด เช่น ถ้าเป็นเมืองกาญจนบุรีก็ต้องเป็นสะพานข้ามแม่น้ำแคว ถ้าเป็นพระนครศรีอยุธยาก็ต้องเป็นกรุงเก่าร่องรอยประวัติศาสตร์ ถ้าต้องขับรถถึง 1,864 โค้ง ก็ต้องเป็นแม่ฮ่องสอน แต่ถ้าอยากดูภูเขาสลับซับซ้อนนับพันภูก็ต้องไปดูที่เมืองน่าน”
จังหวัดน่านเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่มากเป็นอันดับที่ 13 ของประเทศขณะที่ความหนาแน่นของประชากรเพียง 42 คน ต่อ 1 ตร.กม. พื้นที่จังหวัดน่านจึงเต็มไปด้วยขุนเขา ภูเขาที่สูงที่สุดคือดอยภูคาสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางถึง 1,980 เมตร ในเดือนธันวาคมอุณหภูมิบนดอยภูคาต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส อากาศเย็นสบาย ความงามของขุนเขาสลับซับซ้อนสุดตาเหนือจินตนาการ ดอยภูคานับเป็นขุนเขาแห่งความสงบเขียวขจี ส่วนดอยภูแวเป็นขุนเขาแห่งพลังสีสนิมเหล็ก น่านคือพลังที่แข็งแกร่งและสงบร่มเย็น
สำหรับผู้คนที่รักภูเขาเป็นชีวิตจิตใจแล้ว อยากให้หาโอกาสให้ตนเองได้ “ท่องเที่ยวพันภูดูเขาที่เมืองน่าน” เพื่อเป็นรางวัลให้ชีวิต

ฝายแม้วที่น้ำแม่ว้า


น้ำแม่ว้า เป็นแม่น้ำสายรองไหลไปรวมกับแม่น้ำน่าน ที่อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ช่วงต้นเดือนธันวาคม ยังมีน้ำไหลอยู่ไม่มากนัก ด้วยพื้นที่ต้นน้ำถูกตัดต้นไม้บนภูเขาเกือบโล้นทำให้ไม่มีพื้นที่ซับน้ำ ประชาชนที่อยู่ริมน้ำแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเพาะปลูกผักและกระเทียม บริเวณริมแม่น้ำ โดยการช่วยกันทำฝายแม้วชะลอน้ำให้ไหลช้าลงเพื่อยืดระยะเวลาการนำน้ำไปใช้

ที่จริงแล้วฝายแม้ว เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นการจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วมในชุมชนภาคเหนือของประเทศไทยมายาวนาน บรรพบุรุษได้สั่งสม องค์ความรู้ไว้ให้อนุชนได้ใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยการบูรณาการ(ทำไปพร้อมกัน) ภูมิปัญญากับความรู้สมัยใหม่ในการจัดการสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน เพื่อคนรุ่นต่อๆไป

ฝายแม้วชะลอน้ำให้ไหลช้าเพื่อการนำไปใช้ ฉันใด การลดการบริโภคที่เกินความจำเป็นช่วยชะลอธรรมชาติสิ่งแวดล้อมถูกทำลายได้ ฉันนั้น

วันอังคาร, ธันวาคม 02, 2551

เมื่อฟากฟ้าปรากฏ"ดาวเคียงเดือน"


1 ธันวาคม 2551 ตรงกับวันขึ้น 4 ค่ำ เดือน 1 ปีชวด เวลาประมาณหนึ่งทุ่มเกิดปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ทิศตะวันตกเฉียงใต้บนฝากฟ้าเมื่อดาวและเดือนโคจรมาอยู่ใกล้กันในลักษณะตา 2 ข้าง และปากที่ยิ้ม ตาข้างขวาเป็นดาวศุกร์สว่างกว่า ตาข้างซ้ายเป็นดาวพฤหัส ดวงจันทร์ยิ้มอยู่ด้านล่าง คนไทยทั้งประเทศต่างคนต่างมอง ต่างคนต่างคิด คิดทั้งด้านบวก คิดทั้งด้านลบ บ้างก็บอก ธรรมชาติยิ้มเยาะมนุษย์ บ้างก็บอกสิ่งดีดีกำลังจะปรากฏให้มนุษย์ได้เห็น
ปรากฏการณ์เช่นนี้ไม่ได้แปลกเป็นธรรมชาติการโคจรของดวงดาวเพียงแต่ว่า เกิดยากที่ดาวศุกร์ ดาวพฤหัส และดวงจันทร์จะโคจรแล้วปรากฏเป็นรูปเช่นวันนี้ เป็นปรากฏการณ์ให้เห็นเพียงวันเดียว มีผู้ให้ข้อมูลว่าหากต้องการดูอีกครั้งต้องรอไปถึง 44 ปี สมมุติว่าวันนี้เราอายุ 57 ปี ต้องดูแลสุขภาพอย่างดีเพื่อให้มีอายุถึง 101 ปี จึงจะได้ดูอีกครั้ง..ดูดีไหมเอ่ย